“ตะคริว” ใครๆ ก็เป็นได้

Posted on

“ตะคริว” ใครๆ ก็เป็นได้

โรคตะคริวเกิดได้หลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขาดน้ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ และเกิดจากความเครียดด้วยค่ะ หรืออาจจะเกิดจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ท่าเดิมมากๆ ก็ได้ค่ะ แต่สาเหตุหลักก็คือ การขาดธาตุโพแทสเซียม แมกนีเนียม และแคลเซียม สารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อต่างหากล่ะคะ

** วิธีป้องกัน **
>> รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม อย่างเช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียล ธัญพืช พืชตะกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง กล้วยหอม ส้ม แคนตาลูป และนม เป็นต้นค่ะ
>> ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะก่อนออกกำลังกาย 2 ชั่วโมง และดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว และพักดื่มน้ำครึ่งแก้วถึง 1 แก้ว ในระหว่างการเล่นกีฬาในทุกๆ 10-20 นาที
>> คนที่เป็นตะคริวระหว่างนอนหลับ ก่อนนอนควรจนอนในท่าที่ผ่อนคลายที่สุด เท้าไม่เหยียดตึงเจนกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อขาเกร็งได้ค่ะ การห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอก็ช่วยให้ไม่เป็นตะคริวได้เช่นกันค่ะ

** หากคุณเป็นตะคริว **
>> ยืดกล้ามให้คลายออกโดยใช้ยาหม่อง น้ำมันมวย ครีมนวดสำหรับคลายกล้ามเนื้อมานวด หรืออาจจะใช้แผ่นความร้อนหรือผ้าร้อนๆ ประคบบริเวณที่ปวดก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที และทิ้งช่วงไว้ 20 นาที ก่อนจะประคบใหม่ จะช่วยทำให้เลือดของเราไหลเวียนดีขึ้นค่ะ
>> หากเป็นตะคริวที่น่อง เหยียดขาให้ตึงนะคะ แล้วกระดกเท้าขึ้น แล้วใช้มือดึงปลายเท้าเข้าหาตัวเองเพื่อยืดกล้ามเนื้อ
>> อีกวิธีที่แนะนำนะคะ ให้กำหมัดหลวมๆ แล้วกดลงกลางจุดที่เรารู้สึกปวด ค้างไว้เป็นเวลา 10 วินาที แล้วปล่อย 10 วินาที แล้วกดใหม่ และทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนอาการปวดดีขึ้นค่ะ


การนอนสระผมอันตรายกว่าที่คิด

Posted on

การนอนสระผมอันตรายกว่าที่คิด

เชื่อว่าหลายๆ ครอบครัว จะมีคนใดคนหนึ่งชอบสระผมตามร้านทำผม ไม่ก็นอนให้ลูกหรือหลานที่บ้านสระให้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า การนอนหงายแหงนคอบนเตียงสระผมบ่อยๆ จะทำให้เกิดภาวะการกดทับเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดคอร้าวลงไปแขน หรือเกิดอาการแขนชาได้ค่ะ

นายแพทย์สุธี  ศิริเวชฎารักษ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้อธิบายให้ฟังว่า กระดูกสันหลังส่วนคอของคนปกติ จะมีช่องด้านข้าง 2 ข้าง เป็นทางออกของเส้นประสาทไปยังสันหลัง โดยเส้นประสาทเหล่านี้ เมื่อรวมกันเป็นเส้นประสาทใหญ่จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณแขน และมือ รวมทั้งรับความรู้สึกในบริเวณดังกล่าว ช่องที่ว่านั้นจะมีรูปร่างค่อนข้างกลม หรือเป็นรูปไข่ และช่องจะแคบลงเล็กน้อย เมื่อแหงนคอ

ด้วยเหตุนี้ สาวๆ ทั้งหลายที่มักไปสระผมตามร้านเสริมสวย และต้องนอนแหงนคอบนเตียงสระผมเป็นเวลานาน อาจทำให้ช่องที่เส้นประสาทแคบลงได้ อาจทำให้บางครั้งเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอได้รับบาดเจ็บอย่างถาวร ทำให้เกิดอาการของการกดทับเส้นประสาทเกิดขึ้น เรียกอาการในกลุ่มนี้ว่า ‘Salon sink syndrome’ ค่ะ

อาการ
มีอาการชา หรือยิบๆ ที่แขน และมือ มีความรู้สึกว่า กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรงภายหลังการสระผม และเมื่อพักแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ให้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังเพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้องต่อไป ซึ่งการรักษาจะมีตั้งแต่กินยา ทำกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัดค่ะ

บางคน เมื่อมีอายุมากขึ้น มีภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ หรือหมอนรองกระดูกคอ จะทำให้กระดูก หรือหมอนรองกระดูกยื่นเข้าไปในช่องดังกล่าว มีผลทำให้ช่องแคบลงได้ง่าย เมื่อแหงนคอ และจะแคบยิ่งขึ้น ส่งผลให้กระดูก หรือหมอนรองกระดูกที่ยื่นออกมา มีโอกาสไปกดทับ และเบียดกับเส้นประสาทไขสันหลังได้ ทำให้คนๆ นั้น เกิดอาการปวดชาตามแนวเส้นประสาทนั่นเองค่ะ

การป้องกัน
หลีกเลี่ยงการไปนอนสระผม โดยท่าแหงนคอบ่อยๆ แต่หากมีความจำเป็น อาจจะนอนให้ศีรษะต่ำลงมา ถึงแม้จะทำให้เปียกบ้างก็ตาม ผู้ที่มีอายุมากแล้วควรหลีกเลี่ยงการนอนสระผมในท่านอนหงายแหงนคอ บนเตียงสระผม หากมีอาการปวดคอ โดยเฉพาะอาการปวดร้าวมาที่ไหล่ สะบัก หรือแขน ค่ะ


โรค “กรดไหลย้อน”

Posted on

โรค “กรดไหลย้อน”

เชื่อว่าหลายๆ คน คงเคยได้ยินชื่อของ “โรคกรดไหลย้อน” กันนะคะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการแสบร้อนบริเวณยอดอก และส่วนน้อยเท่านั้นที่ทราบว่าเกิดจากอะไร วันนี้เลยนำเกร็ดความรู้เรื่องโรคกรดไหลย้อนมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ ตามมาเลยค่ะ…

อาการของโรค
เนื่องจากอาการที่ว่าแสบร้อนบริเวณยอดอก เป็นอาการที่ใกล้เคียงกับอาการของโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน ในบางครั้งอาจจะทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคคลาดเคลื่อนได้ค่ะ อาการของโรคกรดไหลย้อนจะมีลักษณะแสบร้อนบริเวณยอดอกแล้วขึ้นไปที่คอ เป็นอาการที่กรดจากกระเพาะย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร โดยปกติส่วนที่ต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารจะมีกล้ามเนื้อหูรูดอยู่ เพื่อมีไว้ป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นไปได้ค่ะ เพราะกรดจะกัดกร่อนหลอดอาหารได้ ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ค่ะ

สภาวะความเสี่ยง
สิ่งที่จะทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้มีได้หลายสาเหตุด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน เพราะคนอ้วนจะกล้ามเนื้อหูรูดที่หลวมเล็กน้อย) คนที่ชอบกินแล้วก็นอน เพราะหลังจากรับประทานอาหารจะมีการหลั่งกรด พอกินเสร็จก็นอนเลยก็ทำให้กรดไหลย้อนได้เช่นกัน และมีอาหารบางอย่างที่ทำให้มีการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อหูรูดน้อยลง เช่น กาแฟ หรืออาหารที่มีไขมันสูง ชอกโกแลต เปปเปอร็มินท์และแอลกอฮอลล์ เป็นต้นค่ะ

อันตรายของโรคกรดไหลย้อน
อาการของโรคกรดไหลย้อนมีได้หลายรูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาการแสบร้อนบริเวณยอดอก หรือไอเรื้อรัง หากคุณเป็นโรคกรดไหลย้อน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคมะเร็งที่หลอดอาหารอีกด้วยค่ะ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของอาการแสบร้อนที่บริเวณอกคือ อาการนั้นจะมีคล้ายกับภาวะโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมากๆ อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที (อาการของโรคหัวใจขาดเลือด จะเจ็บหน้าอกด้านซ้าย ร้าวไปที่กรามหรือไหล่ซ้าย แต่ไม่เสมอไปค่ะ) แม้ว่าจะเป็นคนละโรคกันก็ตามแต่ด้วยลักษณะอาการที่คล้ายกันมากๆ จึงทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกแยะได้ค่ะ เพราะในบางครั้งแพทย์เองก็วินิจฉัยได้ยาก ดังนั้นควรไปพบแพทย์ หากคุณมีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกค่ะ…

อย่าลืมรักษาสุขภาพตัวเองด้วยนะคะทุกๆ คน…


ควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการ “ปวดหลัง”

Posted on

ควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการ “ปวดหลัง”

อาการปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากคุณมีอาการเหล่านี้แสดงว่าคุณเริ่มมีอาการของโรคปวดหลังแล้วล่ะค่ะ…

สาเหตุ
มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีกระดูกสันหลังที่ตั้งฉากกับพื้นของโลกขณะที่กำลังยืนหรือเดิน เพราะนั่นเป็นกิจวัตรประจำวันของคน กล้ามเนื้อที่มีหน้าที่คอยประคองกระดูกสันหลังของเรา จะต้องทำงานเพื่อประคองกระดูกสันหลังทั้งวัน ทำให้มีอาการเครียด ตึง และปวดหลังตามมาได้ค่ะ

หากคุณมีอาการปวดหลังขึ้นในวันแรก เราไม่ต้องไปวิตกกังวลมา เพราะว่าโรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด ถ้าเรากังวลเกินไป จะทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น และอาจเกิดอาการเรื้อรังตามมาได้ ทางที่ดีเราควรทำจิตใจให้ผ่องใสดีกว่าค่ะ จะช่วยทำให้อาการทุเลาลงได้บ้าง

การรักษา
เมื่อมีอาการปวดหลัง เราควรเริ่มต้นด้วยการนอนพักประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังที่ปวดอยู่ได้พักผ่อน และหายจากอาการปวดได้อย่างรวดเร็วขึ้น ท่านอนที่เหมาะสมในช่วงที่ปวดหลังใหม่ๆ มี 2 ท่า ได้แก่

  • นอนหงาย หนุนหมอนไว้ใต้เข่าสองข้าง ให้สะโพกและเข่างอประมาณ 30 องศา (ห้ามสอดหมอนใต้แผ่นหลัง)
  • นอนตะแคง เอาด้านข้างลงขาค่อนข้างเหยียด และสอดหมอนข้างระหว่างขา (ไม่ควรงอห่อตัวมากเกินไป)
  • ห้ามนอนคว่ำ เพราะหลังจะแอ่นและตื่นขึ้นมาปวดหลัง

ยารักษา
ในเมืองไทยผู้ป่วยสามารถหาซื้อยาที่ใช้รักษาโรคปวดหลังได้จากร้านขายยาทั่วไป โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เราจึงสามารถซื้อยาได้เองเมื่อมีอาการปวดหลัง อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้ท่านใช้ยาดังต่อไปนี้

  • เมื่อมีอาการปวดมาก ให้ทานยา Acetamenophen (พาราเซต) ให้หายปวดก่อน
  • ถ้ายังปวดอีกให้ทานยากลุ่มที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เอ็นเซต NSAID (Non-Steroidal anti-inflamatory Drugs) ซึ่งอาจทานร่วมกับยาที่มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ (Muscle relaxant) หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด ที่สำคัญสำหรับคนที่ซื้อยามาทานเองคือ ไม่ควรทานยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ที่ถูกจ่ายจากผู้ขายยาที่ไม่ได้มาตราฐาน หรือถูกผสมในยาแผนโบราณ ซึ่งยากลุ่มนี้ก่อให้เกิดปัญหากระดูกพรุน ไตวาย หลอดเลือดแตกเปราะ และอื่นๆ ได้ การรับประทานยาทั้งหมดนี้ควรทานประมาณ 5-7 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นเพิ่มขึ้นมา เช่น ปวดร้าวตามขา ควรไปพบแพทย์ด่วนค่ะ

เครียดจน “ปวดศีรษะ”

Posted on

เครียดจน “ปวดศีรษะ”

ความเครียด…มักจะอยู่ติดตัวกับเราไปทุกที ทุกเวลา จนบางครั้งความเครียดทำให้เราเกิดอาการปวดศีรษะได้ วันนี้เรามาดูว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า สังเกตเลยว่าถ้ามีอาการเหล่านี้รีบไปพบแพทย์ทันค่ะ…

อาการ

  • มีอาการปวดตื้อๆ หนักๆ บริเวณท้ายทอย หรือปวดรอบศีรษะเหมือนโดนเข็มขัดรัด บางคนอาจปวดตื้อไปทั่วศีรษะ ส่วนมากมักจะปวดตอนบ่ายๆ หรือเย็นๆ
  • มักไม่อาการปวดหลังตื่นนอนตอนเช้า ถ้าได้นอนพักสักครู่อาจทุเลาไปได้เอง อาการมักจะอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่บางคนก็อาจปวดเป็นวันก็ได้
  • คนที่มีเรื่องให้คิดมาก กังวลใจ นอนไม่หลับ หรือคร่ำเคร่งกับการงานมากจนเกินไป มักจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง และส่วนมากจะไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ เป็นหวัด เป็นต้น

การรักษา

  • ให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนสักพักหนึ่ง หรือนวดต้นคอและขมับ (ด้วยมือหรือทานวดด้วยยาหม่อง) หากไม่ดีขึ้นให้ทานยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน หรือพาราเซตามอลครั้งละ 1-2 เม็ด ทานร่วมกับยากล่อมประสาท เช่น ไดอะซีแพม (ขนาด 2 มิลลิกรัม) ครั้งละ 1-2 เม็ด ให้ทานซ้ำทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้ามีอาการนอนไม่หลับตอนกลางคืน ควรให้ทานไดอะซีแพม (ขนาด 5 มิลลิกรัม) 1-2 เม็ด กินก่อนนอน ในรายที่มีเรื่องกังวลใจ ให้การรักษาแบบเดียวกับโรคกังวล
  • หากมีอาการปวดรุนแรง ปวดติดต่อกันนานเกิน 24 ชั่วโมง ปวดแรงขึ้นทุกวัน ปวดมากตอนดึกหรือเช้ามืด จนทำให้สะดุ้งตื่น เป็นๆ หายๆ โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เป็นเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ขึ้น หรือสงสัยว่ามีสาเหตุร้ายแรงอย่างอื่น ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด หากเป็นโรคปวดศีรษะจากความเครียดเรื้อรัง อาจเกิดจากอาการซึมเศร้าก็ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการท้อแท้ เบื่อหน่าย และตื่นกลางดึกแล้วนอนไม่หลับ ควรให้ยาแก้ซึมเศร้า ได้แก่ อะมิทริปทีลีน (Amitripty line) 25 มิลลิกรัม ทานก่อนนอน จะช่วยให้อาการดีขึ้น

ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คือ อาการอาการปวดศีรษะจากความเครียด ดังนั้นเราควรจะปรับตัว ปรับอารมณ์ของเราให้เข้ากับสถานการณ์ทุกๆ อย่าง และสิ่งแวดล้อมทุกๆ จะดีกว่าค่ะ