>> สาเหตุ
อาจเกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงต่อมเต้านมในร่างกาย มีน้ำเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเต้านม รวมตัวเป็นถุงน้ำ สิ่งเหล่านี้มีการควบคุมโดยฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมน “เอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงมีอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเต้านม และในที่สุดก็เป็นซีสต์ และพบว่าซีสต์โตขึ้นและพบซีสต์ได้บ่อยขึ้นในช่วงที่ประจำเดือนใกล้จะมาและซีสต์จะเล็กลง เมื่อประจำเดือนมาแล้วนั่นเองค่ะ
>> ลักษณะผิดปกติที่สามารถสังเกตได้
ปวดบริเวณเต้านม อาจเจ็บหรือปวดเนื่องจากน้ำในซีส ดันเนื้อนมรอบข้าง ทำให้เต้านมตึง ทำให้ปวดและบางครั้งอาจจะคลำพบก้อนที่เต้านมด้วยก็ได้ ก้อนที่เต้านม อาจมีได้หลายตำแหน่ง และอาจโตๆ ยุบๆ ได้ค่ะ
>> รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าเป็นซีสต์
ก้อนที่เต้านมที่เป็นซีสต์จะโตๆ ยุบๆ ตามรอบเดือน มะเร็งมักจะโตขึ้นเรื่อยๆ ซีสต์มักจะเจ็บ มะเร็งมักจะไม่เจ็บ ซีสต์มักจะนุ่มๆ หยุ่นๆ มะเร็งมักจะแข็ง ลักษณะดังกล่าวพบจะบอกได้คร่าวๆ ว่าเป็นซีสต์หรือเป็นมะเร็งค่ะ ส่วนการตรวจอื่นๆ ที่พอจะบอกได้ว่าเป็นซีสต์หรือก้อนเนื้อ ก็คือ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ ซึ่งจะบอกได้ว่าก้อนที่ตรวจพบเป็นน้ำหรือเป็นเนื้อ หรือใช้เข็มฉีดยาเจาะดู หากเป็นซีสต์น้ำจะได้น้ำออกมา และก้อนยุบหายไปค่ะ
>> มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่
เพราะว่าซีสต์เต้านมส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งเต้านมมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นแหละค่ะที่ซีสต์ที่เกิดขึ้นมีความผิดปกติตั้งแต่ต้นที่มีลักษณะเป็นมะเร็งเต้านม การจะทราบได้หรือไม่ว่าซีสต์ที่เป็นนั้น มีแนวโน้มว่าจะกลาย เป็นหรือไม่นั้น ต้องได้รับการตัดชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์ แต่โดยทั่วไปแพทย์สามารถบอกได้ว่าลักษณะของซีสต์ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่
>> เมื่อเป็นแล้วจะได้ผ่าตัดหรือไม่
หากซีสต์ที่พบมีส่วนที่เป็นเนื้อปนอยู่ หรือเป็นซีสต์เนื้อ แพทย์จะพยายามพิสูจน์ว่าก้อนที่พบนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่ หากไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่ใช่มะเร็ง แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อพิสูจน์ชิ้นเนื้อจะด้วยการผ่าตัด หรือด้วยการเจาะเนื้อดูก็ได้ เพราะฉะนั้นหากรู้แน่นอนว่าเป็นซีสต์ ก็ไม่ต้องผ่าตัด แต่หากไม่แน่ใจ แพทย์จะพยายามพิสูจน์ให้รู้ว่าเป็นซีสหรือเป็นมะเร็งกันแน่ค่ะ
//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก n3k.in.th ]]









