โรควิงเวียนศีรษะ [4]

Posted on

โรควิงเวียนศีรษะ [4]

>> ถึงเวลาที่ต้องไปพบแพทย์
การดูแลตนเองเบื้องต้นมักจะได้ผลเป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องค่ะ

  • เมื่อทำตามวิธีการดูแลด้วยตนเองข้างต้นแล้วผ่านไปอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง ไม่ดีขึ้นหรืออาการแย่ลง ควรรีบไปพบแพทย์
  • มีอาการอาเจียนมาก กินยา และดื่มน้ำไม่ได้เลย หรือว่ากินยาแล้วมีอาการอาเจียนทุกครั้ง ร่างกายจะขาดน้ำ เกลือแร่และยา ก็อย่าไปฝืนทน ควรไปพบแพทย์เพื่อฉีดยาและบางรายอาจจะต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดเลยล่ะค่ะ
  • เมื่ออาการดีขึ้นแต่ไม่ยอมหายเป็นปกติ ควรจะไปพบแพทย์เช่นกัน เพราะอาจจะมีสาเหตุบางอย่างซ่อนอยู่ที่เราอาจจะจำเป็นต้องได้รับการค้นหาและรักษาที่ต้นเหตุนั่นเองค่ะ
  • เป็นบ่อยมาก จนไปรบกวนชีวิตประจำวัน ก็ต้องหาสาเหตุเช่นกันค่ะ หรือว่าในรายที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ การกินยาป้องกันไว้ก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง

>> วิธีการการป้องกัน

  • ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อตรวจค้นหาโรคที่เป็นต้นเหตุของอาการเวียนศีรษะ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคต่อมทัยรอยด์ โรคติดเชื้อบางอย่าง โรคของตา โรคทางหู และทางการได้ยิน โรคทางประสาทและสมอง
  • ระวังการใช้ยาที่เป็นพิษต่อประสาทหู ไม่ควรใช้ยารับประทาน ยาฉีดหรือยาหยอดหูเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์
  • ระมัดระวังการหกล้มโดยเฉพาะศีรษะ อาจเกิดภาวะที่มีกะโหลกศีรษะแตกเกิดกระทบกระเทือนต่อหูชั้นในได้ค่ะ
  • ระวังอันตรายบริเวณต้นคอเพราะอาจมีการเคลื่อนหักหรือฉีกขาดของกระดูกคอ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทอัตโนมัติบริเวณต้นคอ เช่น การออกกำลังกาย ทำให้มีอาการเวียนศีรษะได้ค่ะ
  • เมื่อรับประทานยาระงับอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนไปแล้ว ยานี้จะทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ดังนั้นข้อควรระวังเป็นอย่างมาก นั่นคือ อย่าขับรถ อย่าทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือว่างานที่ต้องใช้สมาธิ เนื่องจากอาการง่วง มึนงง ที่เนื่องจากฤทธิ์ยาอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ
  • ไม่ควรวิตกกังวลเกินเหตุเมื่อมีอาการเวียนศีรษะ เพราะหลายโรคที่เป็นต้นเหตุ ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและสามารถรักษาให้หายหรือทุเลาได้ค่ะ

/////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก bangkokhealth.com ]]