อันตรายของอาการเท้าแบน

Posted on

อันตรายของอาการเท้าแบน

เคยสังเกตตัวเองบ้างหรือเปล่าคะว่าทุกวันนี้ เท้าของเราเป็นแบบปกติหรือว่าเท้าแบน ถ้าหากว่าเรารู้เร็วเราก็จะสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เพื่อที่จะไม่เกิดโรคและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราในอนาคตนั่นเองค่ะ

>> สิ่งที่บ่งบอกถึงอาการเท้าแบน
อาการเท้าแบนนั้นเราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ โดยในขณะที่คุณเดินหรือว่ายืนอยู่ ถ้าหากว่าคุณเท้าแบน คุณก็จะสังเกตได้ว่าด้านในของเท้าคุณนั้น่ไม่มีแนวโค้ง  คือสังเกตดังนี้ค่ะ โดยการลองยืนบนปลายเท้า ถ้าหากว่าฝ่าเท้าของคุณโค้งนั่นก็แสดงว่าเป็นปกติ แต่ถ้าหากว่าไม่มีโค้ง นั่นก็แสดงว่าเท้าของคุณมีโอกาสที่จะบิดเข้าข้างในเมื่อยามที่คุณเดินหรือว่าวิ่ง ถ้าหากว่าลองทำแล้วไม่แน่ใจ แนะนำให้เอาเท้าไปจุ่มน้ำจนเปียกแล้วก็เดินไปในบริเวณที่คุณจะสามารถเห็นรอยเท้าได้อย่างชัดเจน เช่น พื้นคอนกรีต หากว่าคุณเห็นรูปเท้าเต็ม ๆ แล้วล่ะก็ นั่นก็แสดงว่าคุณเท้าแบนแล้วล่ะค่ะ ถ้าหากว่ายังเด็ดจะสามารถสังเกตได้ยาก มักจะแสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 10 ขวบขึ้นไปค่ะ

>> อาการของคนเท้าแบน
ถึงแม้ว่าอาการเท้าแบนนั้นอาจจะไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตก็ตาม แต่ก็อาจจะทำให้กล้ามเนื้อและเอ็นเขม็งได้ค่ะ จนทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดในขณะที่เดิน บริเวณที่ปวดก็จะมีบริเวณเหล่านี้ค่ะ

  • ด้านในของข้อเท้า
  • อุ้งเท้า
  • ด้านนอกของเท้า (แนวตั้งแต่นิ้วก้อย)
  • น่องด้านหลัง
  • เข่า
  • สะโพก
  • หลัง

…..ในบางคนที่เท้าแบนนั้นอาจจะพบได้ว่าน้ำหนักตัวของเขาได้กระจายไปอย่างไม่สมดุลนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เท้าบิดเข้าด้านในมากจนเกินไป ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นแล้วล่ะก็ จะทำให้รองเท้าของคุณสึกอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับข้อเท้าและเอ็นร้อยหวายของคุณด้วยเลยล่ะค่ะ……

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


โรคจากกระดูกต้นคอและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น [2]

Posted on

โรคจากกระดูกต้นคอและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น [2]

อาการปวดคอเนื่องจากเป็นอาการของโรคที่กล้ามเนื้อตึงตัว กล้ามเนื้อบริเวณคอมีโครงสร้างซับซ้อนและทอสานเกี่ยวพันกันเป็นจำนวนมาก เมื่อเราอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ เช่น ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งดูทีวี เขียนหนังสือ เป็นต้น กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอก็จะตึงตัว ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดีจนเกิดอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยต้นคอ และไหล่แล้วจะลามไปที่สะบักและแขนด้วย

เมื่อกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นตึงเกร็งนาน ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อกระดูกคอ ทำให้กระดูกคอเคลื่อนและเกยทับกันได้เช่นกัน ส่วนการหนุนหมอนที่สูงเกินไปหรือผิดท่าจนทำให้เกิดอาการคอตกหมอนนั้นก็เกิด จากการตึงตัวของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อคอเช่นกัน แต่ผู้ที่มีอาการคอตกหมอนเป็นประจำแสดงว่ากระดูกคอเริ่มเสื่อมแล้ว กระดูกคอมีขนาดเล็กแต่ต้องแบกรับน้ำหนักของศีรษะที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จึงเกิดความบอบช้ำบาดเจ็บได้ง่ายและเสื่อมได้เร็วกว่า ส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท หลอดเลือดและไขสันหลังที่อยู่บริเวณเดียวกัน ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ไหล่ และสะบัก ปวดร้าวและชาที่แขนและมือ พร้อมทั้งอาการอื่น ๆ ตามมาได้ค่ะ

>> สาเหตุโรคกระดูกคอที่พบบ่อย

  • คอ เคล็ดหรือยอก
    เกิดจากคอมีการเคลื่อนไหวเร็วเกินไปหรือรุนแรงเกินไป เช่น การก้มเพื่อมองหาของใต้โต๊ะ การเอี้ยวตัวเพื่อหยิบของข้างหลัง การหกล้ม การเล่นกีฬาหรือโยคะ การนวดหรือการดัดตัว เป็นต้น ทำให้เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อคอถูกยืดมากหรือมีการฉีกขาดจนเกิดอาการปวดคอได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
  • อิริยาบถ หรือท่าที่ผิดสุขลักษณะที่ควรจะเป็น
    เช่น การหนุนหมอนสูงเกินไป การทำงานในท่าเดียวนาน ๆ นั่งเขียนหนังสือ นั่งดูเอกสาร นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งดูทีวี เป็นต้น
  • ภาวะ กระดูกคอเสื่อม
    กระดูกคอที่เสื่อมลงตามวัยนั้นอาจจะไปกดทับเส้นประสาท หลอดเลือดหรือไขสันหลังที่อยู่บริเวณเดียวกัน ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ข้ออักเสบ
    ข้ออักเสบเรื้อรังบางชนิดอาจทำให้กระดูกคออักเสบไปด้วย เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น
  • ความเครียดทางจิตใจ
    ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อคอตึงตัวเป็นประจำจนส่งผลกระทบต่อกระดูกคอได้
  • อาการอักเสบของร่างกาย
    เช่น คออักเสบ หูอักเสบ เป็นต้น อาจทำให้เป็นโรคกระดูกคอหรือกระตุ้นให้อาการหนักขึ้น

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


“ตะคริว” ใครๆ ก็เป็นได้

Posted on

“ตะคริว” ใครๆ ก็เป็นได้

โรคตะคริวเกิดได้หลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขาดน้ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ และเกิดจากความเครียดด้วยค่ะ หรืออาจจะเกิดจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ท่าเดิมมากๆ ก็ได้ค่ะ แต่สาเหตุหลักก็คือ การขาดธาตุโพแทสเซียม แมกนีเนียม และแคลเซียม สารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อต่างหากล่ะคะ

** วิธีป้องกัน **
>> รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม อย่างเช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียล ธัญพืช พืชตะกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง กล้วยหอม ส้ม แคนตาลูป และนม เป็นต้นค่ะ
>> ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะก่อนออกกำลังกาย 2 ชั่วโมง และดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว และพักดื่มน้ำครึ่งแก้วถึง 1 แก้ว ในระหว่างการเล่นกีฬาในทุกๆ 10-20 นาที
>> คนที่เป็นตะคริวระหว่างนอนหลับ ก่อนนอนควรจนอนในท่าที่ผ่อนคลายที่สุด เท้าไม่เหยียดตึงเจนกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อขาเกร็งได้ค่ะ การห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอก็ช่วยให้ไม่เป็นตะคริวได้เช่นกันค่ะ

** หากคุณเป็นตะคริว **
>> ยืดกล้ามให้คลายออกโดยใช้ยาหม่อง น้ำมันมวย ครีมนวดสำหรับคลายกล้ามเนื้อมานวด หรืออาจจะใช้แผ่นความร้อนหรือผ้าร้อนๆ ประคบบริเวณที่ปวดก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที และทิ้งช่วงไว้ 20 นาที ก่อนจะประคบใหม่ จะช่วยทำให้เลือดของเราไหลเวียนดีขึ้นค่ะ
>> หากเป็นตะคริวที่น่อง เหยียดขาให้ตึงนะคะ แล้วกระดกเท้าขึ้น แล้วใช้มือดึงปลายเท้าเข้าหาตัวเองเพื่อยืดกล้ามเนื้อ
>> อีกวิธีที่แนะนำนะคะ ให้กำหมัดหลวมๆ แล้วกดลงกลางจุดที่เรารู้สึกปวด ค้างไว้เป็นเวลา 10 วินาที แล้วปล่อย 10 วินาที แล้วกดใหม่ และทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนอาการปวดดีขึ้นค่ะ