โรคตาดับที่ไม่มีอาการปวดตาร่วมด้วย [2]

Posted on

โรคตาดับที่ไม่มีอาการปวดตาร่วมด้วย [2]

ปวดตา 

      ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บอยู่รอบตัวเราและพร้อมที่จะเข้ามาเบียดเบียนร่างกายเราง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ อาจจะเพราะว่าเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเหมือนกับคนสมัยก่อน หรือว่าร่างกายง่ายต่อการรับเชื้อโรคที่อยู่รอบ ๆ ตัวก็เป็นได้ค่ะ ทำให้ร่างกายพร้อมที่จะป่วยอยู่ตลอดเวลา เราจึงขอนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องตาดับที่ไม่มีอาการปวดตามร่วมด้วยมาฝากค่ะ เพื่อที่ว่าจะได้เป็นความรู้ในการดูแลตัวเองและผู้อื่นของเราต่อไปค่ะ 

>> โรคที่เกี่ยวกับประสาทตา
ซึ่งที่เห็นได้ชัดและบ่อยมากที่สุดก็คือ โรคจอประสาทตาหลุดลอกนั่นเอง บางคนอาจจะยังไม่รู้จักว่าโรคนี้คืออะไร มันก็คืออาการลอกตัวของจอประสาทตานั่นเอง หากว่าใครเป็นโรคนี้แล้วล่ะก็จะเริ่มมองเห็นเหมือนกับว่าในตาของเรานั้นมีม่านสีดำ ๆ กันอยู่เมื่อมองไปสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และเริ่มเห็นเป็นเงาดำขึ้นมาและมองเห็นสิ่งรอบตัวได้ไม่ชัดเท่าเดิมด้วยค่ะ บางคนเป็นหนักถึงขั้นว่าเห็นเป็นจุดสีดำ ๆ หรือว่าเส้นดำลอยอยู่ในทุกภาพหรือทุกที่ที่มองเลยก็มีค่ะ สำหรับคนที่มีอาการวุ้นในตาเสื่อมก็จะเห็นเหมือนกับว่ามีฟ้าแลบในตาข้างที่เรามองด้วยซ้ำค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายต่อดวงตาของเรามาก ๆ

…..หากว่าใครมีอาการดังที่เราได้กล่าวมาแล้วข้างต้นจะต้องรีบพาตัวเองไปหาหมออย่างรวดเร็วเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นแล้วหากทิ้งไว้นาน ๆ เราก็จะกลายเป็นคนที่ตาบอดและมองไม่เห็นไปอย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลร่างกายของเราทุกส่วนให้ดี ไม่เว้นแม้กระทั่งการใส่ใจอาการคนรอบข้างด้วยค่ะ……

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคปอดบวม [9]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคปอดบวม [9]

ปวดบวม 

      เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถห้ามให้เกิดขึ้นได้ แต่ว่าเราก็สามารถดูแลและป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคได้ค่ะ ซึ่งในวันนี้รายละเอียดและข้อมูลที่เรานำมาเสนอจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรคปอดบวมค่ะ จะเน้นไปที่การป้องกันโรคปอดบวมเสียเป็นส่วนใหญ่ เพื่อที่เมื่อเรารู้วิธีการป้องกันเรียบร้อยแล้วเราก็จะได้ดูแลตัวเองได้อย่างเต็มที่และยังสามารถช่วยดูแลและให้คำแนะนำกับคนอื่นได้ด้วยค่ะ 

>> วิธีในการป้องกันโรคปอดบวม

  • สิ่งที่เรามักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกก็คือการฉีดวัคซีนนั่นเองค่ะ เพราะสามารถป้องกันโรคปอดบวมได้ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ทุกตัว ซึ่งเชื้อโรคที่สามารถกำจัดได้โดยการฉีดวัคซีน ได้แก่ เอช.อินฟลูเอนซ่า, เพอทัสซิส เป็นต้น
  • ถ้าเป็นไปได้อย่าไปอยู่ใกล้คนที่เป็นโรคปอดบวมโดยเด็ดขาด เลี่ยงได้ก็ขอให้เลี่ยงเลยนะคะ เพราะเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากอีกคนหนึ่งไปหาอีกคนได้ง่ายและสามารถแพ้กระจายเชื้อได้เร็วพอสมควรค่ะ
  • หากว่าในบ้านของคุณมีคนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดก็ไม่ควรดื่มน้ำหรือว่ารับประทานอาหารร่วมกัน เพราะจะมีเชื้อที่ทำให้เรานำไปสู่การเป็นโรคปอดบวมได้ค่ะ

…..นี่แหละค่ะเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถป้องกันตัวเองจากโรคปอดบวมได้อย่างปลอดภัยและถูกวิธี หากว่าสิ่งไหนที่จะทำให้เราอยู่ห่างไกลโรคได้นั้นเราจึงจำเป็นต้องทำนะคะ เพื่อที่ร่างกายเราจะได้แข็งแรงและไม่มีโรคภัยใด ๆ มาเบียดเบียน นอกจากโรคปอดบวมจะไม่สามารถทำอะไรเราได้แล้ว ร่างกายที่แข็งแรงของเราก็จะสามารถต่อต้านได้ทุกโรคเลยล่ะค่ะ…..

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก siamhealth.net ]]


อาการปวดหลังที่เกิดจากกิจวัตรประจำวัน [2]

Posted on

อาการปวดหลังที่เกิดจากกิจวัตรประจำวัน [2]

ปวดหลัง 

เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เรานำมาฝากในวันนี้เป็นเรื่องของอาการปวดหลังที่เกิดจากกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ที่เราทำเป็นประจำนั่นเองค่ะ โดยที่เราอาจจะลืมคิดไปว่ามันคือต้นเหตุที่ทำให้เราเกิดอาการปวดหลังมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง และถ้าหากว่าไม่ทำการรักษาให้หายขาด เราก็จะยิ่งปวดไปมากขึ้นกว่าเดิมในทุกวัน มาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไรบ้าง 

>> ทำพฤติกรรมเดิมซ้ำกันเป็นเวลานาน
หากว่างานหรือว่าสิ่งที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ทำซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้นจนอาจเกิดผลกระทบต่อร่างกายของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอาการที่เสี่ยงต่อการปวดหลังเนื่องจากมีการกดทับเส้นประสาทตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งคนที่โรคเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ทำงานในท่าเดิมทุก ๆ วัน เราควรจะเปลี่ยนท่าหรือว่าเคลื่อนไหวท่าอื่นให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเสียบ้างก่อนที่ร่างกายของเราจะเจ็บป่วยเพราะเราที่ไม่ยอมดูแลตัวเองให้ดี ๆ ร่างกายเป็นของเราเองเราไม่ควรมองข้าม เราจะต้องดูแลให้ร่างกายแข็งแรงเป็นอย่างดีนะคะ

…..สุดท้ายนี้ถ้าหากว่างานที่เราทำเป็นงานที่เราต้องทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เราก็จำเป็นที่จะต้องทำกายภาพบำบัดร่างกายของเราบ่อย ๆ แล้วล่ะค่ะ โดยควรยื่นเรื่องของให้เจ้านายจ้างคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะมาคอยดูแลให้ ไม่อย่างนั้นแล้วจะทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายของเราในอนาคตระยะยาวได้ค่ะ…..

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


ความดันโลหิตสูง.. โรคใกล้ตัวที่ต้องระวัง [4]

Posted on

ความดันโลหิตสูง.. โรคใกล้ตัวที่ต้องระวัง [4]

ความดันโลหิตสูง 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่ทุกคนจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคที่เราพบเห็นได้ค่อนข้างบ่อยไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวหรือว่าแม้กระทั่งตัวเราเองก็ตาม หากว่าดูแลตัวเองไม่ดีพอหรือว่าประมาทในการใช้ชีวิตเกินไป ซึ่งในคราวนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อเราเป็นโรคนี้แล้วจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อนใดบ้าง มาติดตามกันได้เลยค่ะ 

>> ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • เกิดจากโรคความดันโลหิตสูงโดยตรง 
    เมื่อหัวใจเราทำงานหนักขึ้นจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจวาย ผนังของหัวใจก็จะเริ่มหน้าขึ้น หลอดเลือดในสมองก็อาจจะแตกได้ง่าย หรืออาจเกิดภาวะหลอดเลือดในสมองแตกก็ได้ค่ะ ซึ่งแต่ละอย่างนั้นถือว่าอันตรายมาก ๆ เลยค่ะ
  • เกิดจากหลอดเลือดแดงตีบหรือว่าตัน
    อาการเหล่านี้จะส่งผลให้ร่างกายของเราทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและหัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง ไตวาย  อัมพฤกษ์ หรืออัมพาต เป็นต้น ในบางรายอาจจะถึงขั้นตาบอดเลยล่ะค่ะ เพราะว่าหลอดเลือดแดงในตาก็เริ่มจะเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นตาบอดเลยล่ะค่ะ

…..สำหรับคนที่เป็นโรคนี้ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเลยนะคะ เพราะหากคุณปล่อยปละละเลยสุขภาพตัวเองไม่ไปหาหมอเพื่อที่จะได้หายเอง จะยิ่งทำให้สุขภาพย่ำแย่ไปเรื่อย ๆ เสี่ยงต่อการชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันเป็นอย่างมาก จึงเป็นสาเหตุให้เรารณรงค์เรื่องของการดูแลตัวเองและการทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริงนั่นเองค่ะ…..

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรค “มะเร็งต่อมไทรอยด์”

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรค “มะเร็งต่อมไทรอยด์”

ต่อมไทรอยด์ 

      เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บในวันนี้เรามีเรื่องของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มาฝากค่ะ ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็งแล้วจะอยู่ส่วนไหนของร่างกายเราก็อันตรายทั้งนั้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเราให้ห่างไกลจากโรคนี้มากที่สุด เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียดมาฝากค่ะ หวังว่าทุกคนจะนำไปใช้ในการดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกันนะคะ

>> รู้หรือไม่ว่าต่อมไทรอยด์คืออะไรกันแน่
หากใครยังไม่รู้จักต่อมไทรอยด์เราอยากจะบอกว่าเป็นต่อมที่อยู่ที่บริเวณลำคอด้านหน้าและอยู่ใต้กล่องเสียงของเรานั่นเองค่ะ ต่อมไทรอยด์นั้นจัดได้ว่าเป็นต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกายของเรา โดยรวมแล้วจะมีลักษณะไม่แตกต่างกับผีเสื้อมากนัก ซึ่งจะมีหน้าที่ในการควบคุมระบบเผาผลาญในร่างกายของเราและยังควบคุมความสมดุลของแคลเซียมที่มีในร่างกายอีกด้วย ซึ่งจะมีการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ซินและไทรอยด์ไทโรนินออกมาเพื่อไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อในร่างกายของเราผลิตโปรตีนออกมาใช้ในร่างกายและยังไปเพิ่มการใช้ออกซิเจนให้กับเซลล์ต่าง ๆ อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีการผลิตฮอร์โมแคลซิโทนออกมาเพื่อควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกายของเราให้ทำงานในระดับปกติอีกด้วยค่ะ

…..พอทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าต่อมไทรอยด์อยู่ส่วนไหนของร่างกายเรา ในคราวหน้าเราจะมาดูรายละเอียดต่าง ๆ ว่าการเกิดมะเร็งที่บริเวณต่อมไทรอยด์นั้นมีลักษณะอย่างไร และถ้าหากว่าเกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัวจะมีวิธีการป้องกันและรักษาอย่างไรบ้าง ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะข้อมูลเหล่านี้เราสามารถนำไปดูแลตัวเองได้อย่างแท้จริง ถือเป็นการเรียนรู้เอาไว้เพื่อป้องกันและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี…..

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [14]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [14]

 

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน หรือว่าเกิดขึ้นกับเราหรือเปล่าเนื่องจากเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนดได้ แต่ทั้งนี้หากเราหมั่นดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพอยู่เสมอแล้วล่ะก็ ไม่ว่าโรคอะไรก็ตามก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้ง่าย ๆ ค่ะ วันนี้เราจะมาดูกันว่าหากเราไม่อยากเป็นโรคหลอดเลือดขอดที่ขาแล้วเราต้องทำอย่างไรบ้าง 

>> วิธีการป้องกันตัวเองจากโรคหลอดเลือดขอด

  • ทุก ๆ วันที่เราตื่นขึ้นมารหรือเวลาว่างหลังเลิกงานในตอนเย็น เราขอแนะนำให้คุณออกกำลังกายทุกวันเลยนะคะ เพราะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของเราให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นค่ะ ทั้งยังเป็นการควบคุมน้ำหนักของเขาให้อยู่ในเกณฑ์พอดีไม่มากหรือว่าน้อยเกินไป
  • อาหารที่เราเลือกรับประทานเข้าไปนั้นจะต้องมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสูงสุดเลยนะคะ เช่น ผักและผลไม้ เป็นต้น ที่สำคัยอาหารที่เราควรงดและไม่ควรแตะต้องเลยก็คืออาหารทุกอย่างที่มีรสชาติเค็มค่ะ
  • ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดหรือว่าเน้นรูปร่างจนเกินไป และหากว่าว่าง ๆ ก็ให้ทำการยกเท้าของตัวเองให้อยู่สูงกว่าหัวใจนะคะ จะช่วยให้ห่างจากโรคนี้ได้ค่ะ และถ้าเราชอบยืนหรือนั่งนาน ๆ เราต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ด้วยค่ะ

…..วิธีการเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยให้เราหายขาดจาการเป็นโรคหลอดเลือดขอดก็ตาม แต่ก็สามารถช่วยให้เราดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีขึ้นอย่างถูกหลักการและถูกวิธี  ทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณไม่อยากมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดขอดแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดนะคะ……

/////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [9]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [9]

 

วันนี้เราจะมีมาเรียนรู้เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บกันต่อนะคะ ซึ่งยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลอดขอดที่บริเวณขาเช่นเคย ดังที่เราได้กล่าวไปในบทความต้น ๆ แล้วว่าโรคนี้ดูเหมือนอาจจะไม่อันตรายต่อร่างกายนัก แต่ถ้าหากว่าเราละเลยไม่รีบทำการรักษาแล้วล่ะก็ บางรายอาจจะถึงขั้นตัดขาเลยก็ได้ค่ะ เพราะว่าหลอดเลือดขอดจนเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึงอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อทราบอย่างนี้แล้วอย่างนิ่งนอนใจกันเลยนะคะ 

>> วิธีการป้องกันโรคและดูแลตัวเอง (ต่อ)

  • เมื่อมีเวลาว่างให้ทำการยกขาไว้สูง ๆ
    เพราะการที่เราทำท่ายกขาสูงบ่อย ๆ นั้นจะเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเราให้ง่ายมากขึ้น ระดับที่เหมาะสมก็คือ การยกขาและยกเท้าให้เหลือกว่าระดับหัวใจของเรา ถ้าหากว่าว่างบ่อยก็ทำบ่อย ๆ ได้เลยนะคะ ประโยชน์ต่อร่างกายเราล้วน ๆ เลยค่ะ
  • เปลี่ยนท่านั่งหรือท่ายืนบ่อย ๆ
    เพราะถ้าหากว่าเรานั่งหรือยืนท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานแล้ว ถึงว่าเรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้อย่างมากเลยค่ะ ดังนั้นเราควรเปลี่ยนท่าในทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำค่ะ จะได้ช่วยกระตุ้นระบบการหมุนเวียนของเลือดในร่างกายให้ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด

…..จะว่าไปแล้ววิธีการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคหลอดเลือดขอดนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะมีความเชื่อมโยงกับหลาย ๆ โรค หวังว่าทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้พอ ๆ กับการรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงในทุก ๆ วันนะคะ แล้วคุณจะว่าการมีสุขภาพที่แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษมากที่สุดในชีวิตของเราเลยค่ะ……

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


อาการปวดหูเนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบ [4]

Posted on

อาการปวดหูเนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบ [4]

 

      “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” คำกล่าวนี้สามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยเลยล่ะค่ะ เพราะว่าเมื่อเราเกิดความเจ็บป่วยขึ้นมา จะทำให้เราไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ และทำให้เราเสียสมาธิด้วยค่ะ เพราะว่าจิตใจไปจดจ่ออยู่กับอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นนั่นเอง วันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับอาการปวดหูเนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบมาฝากทุกคนค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ เลยทีเดียว เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นกับตัวเองจะสามารถรับมือกับมันได้อย่างถูกวิธีนั่นเองค่ะ ก่อนอื่นเรามาดูสาเหตุของโรคนี้กันก่อนเลยค่ะ 

>> สาเหตุของโรค (ต่อ)

  • เกิดจากโรคทางระบบอื่น ๆ
    ไม่ว่าจะเป็นโรคเลือด อาการขาดวิตามินของร่างกาย โรคของระบบต่อมไร้ท่อหรือว่าโรคผิวหนังบางชนิด ที่เรากล่าวมาข้างต้นนี้อาจจะเป็นสาเหตุในการเกิดอาการปวดหูได้ทั้งนั้นค่ะ
  • เกิดจากโรคภูมิแพ้ของผิวหนัง
    โรคภูมิแพ้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนค่ะ เพราะว่าเกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายของแต่ละคนนั่นเอง ใครที่สุขภาพแข็งแรงก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้น้อย ส่วนคนที่ร่างกายอ่อนแอก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น อาการภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหูได้แก่ แพ้ยาหยอดหูที่มียาต้านจุลชีพนีโอมัยซินเป็นส่วนประกอบ แพ้น้ำยาล้างชิ้นส่วนของแว่นตา หรือว่าแพ้เครื่องช่วยฟังชนิดที่ใส่อยู่ในรูหู เป็นต้น

…..เมื่อเรารู้สึกว่ามีอาการปวดหูเมื่อไหร่ล่ะก็จะต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ เนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่บอบบางเป็นอย่างมาก เราไม่ควรรักษาด้วยตัวเองควรให้หมอผู้เชี่ยวชาญดูแลเราจะดีที่สุดค่ะ…..

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก eduzones.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคไมเกรน [4]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคไมเกรน [4]

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่เรานำมาฝากท่านผู้อ่านในวันนี้ยังคงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโรคไมเกรนเช่นเคยนะคะ ซึ่งโรคนี้ถือว่าเป็นโรคยอดฮิตของคนวัยเรียนและวัยทำงานเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศหญิงจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้สูงกว่าผู้ชายเยอะเลยค่ะ เรามาดูรายละเอียดเกี่ยวกับโรคนี้กันต่อเลยนะคะ

โรคไมเกรนถือได้ว่าเป็นโรคที่สามารถวินิจฉัยได้โดยการซักประวัติคนไข้และการตรวจร่างกายอย่างละเอียดค่ะ และไม่ต้องใช้วิธีการวินิจฉัยทางอื่นใดก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้วการเจาะเลือด การเอ็กซเรย์ หรือว่าการตรวจคอมพิวเตอร์สมองจึงไม่จำเป็นต่อการวินิจฉัยโรคไม่เกรนค่ะ และตามปกติแล้วการที่เรามีอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรนจะรักษาไม่หายด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอลธรรมดา แต่ยาที่ได้สามารถรักษาได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ยาแก้ปวดแอสไพริน ขนาด 2 เม็ด ซึ่งควรกินในขณะที่เรากำลังปวดอยู่จะดีที่สุด แต่ทั้งนี้ห้ามกินยาในขณะที่ท้องกำลังว่างนะคะ เพราะว่าจะทำให้เราเป็นแผลในกระเพราะได้ค่ะ หรือไม่ก็ทำให้เลือดออกในกระเพาะ และที่หนักสุดก็คือทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ

…..เมื่อเราทราบถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันเพื่อที่จะไม่ให้เกิดโรคนี้แล้วล่ะก็ ต้องหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ และถ้าหากว่ากำลังเป็นโรคนี้อยู่คุณจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอและสิ่งที่เราแนะนำอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ แล้วอาการเหล่านี้ก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ…..

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก cityvariety.com ]]


ความเชื่อผิด ๆ ของคนเป็นโรคหวัด [2]

Posted on

ความเชื่อผิด ๆ ของคนเป็นโรคหวัด [2]

ทางการแพทย์ได้ระบุเอาไว้ว่า น้ำผึ้งและซุปไก่นั้นก็ถือว่ามีประสิทธิภาพที่จะช่วยในการร่นระยะเวลา ในการเป็นหวัดของคนเราให้สั้นลงไปอีกราว ๆ 2-3 วัน เลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำผึ้งค่ะ ส่วนซุปไก่น้ำใสนั้นก็มีคุณสมบัติพิเศษในการต่อต้านการอักเสบอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยร่นเวลาการเป็นหวัดลงแล้ว พร้อม ๆ กับที่ช่วยไล่เสมหะด้วยค่ะ

และนายแพทย์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Georgetown คนนี้ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ถ้าหากว่าคุณเป็นหวัด แล้วคุณรับประทานอาหารไม่ลงเท่าไหร่ ก็ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณจะต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ ไม่ว่าน้ำนั้นจะเป็นน้ำหรือว่าน้ำชาก็ได้เช่นกันค่ะ เพื่อให้ในร่างกายของคุณมีของเหลวเข้าสู่ร่างกาย นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ส่วนการให้เด็กน้อยที่เป็นหวัดดื่มนมนั้น จะเป็นการดีหรือไม่นั้น นายแพทย์ Ranit ได้กล่าวไว้ว่า นมนั้นไม่ทำให้สารคัดหลั่งเพิ่มมากขึ้นหรอก แต่จะไปทำให้เหนียวขึ้นต่างหาก ซึ่งอาจจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัดไปบ้าง แต่ถ้าสำหรับเด็กทารกตัวน้อย ๆ ที่ดื่มนมแม่เป็นอาหารเพียงอย่างเดียวนั้นก็ไม่ควรให้หยุดนมอย่างเด็ดขาดค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ยังมีความเข้าใจผิด ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับโรคหวัดเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ ทั้งที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งแพทย์ได้กล่าวว่า ข้อแนะนำที่ดีที่สุดนั่นก็คือ การใช้วิธีไหนก็ได้ที่ได้ผลกับตัวเองมากที่สุด  ถึงแม้ว่าวิธีนั้นจะไม่ทำให้อาการดีขึ้นก็ตาม แต่ก็คงไม่ทำให้อาการแย่ลงไม่ใช่หรือคะ เพราะว่าโรคหวัดนั้น ร่างกายของเราก็จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสเองและสามารถหายได้เองค่ะ

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก eduzones.com ]]