เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [14]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [14]

 

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน หรือว่าเกิดขึ้นกับเราหรือเปล่าเนื่องจากเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนดได้ แต่ทั้งนี้หากเราหมั่นดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพอยู่เสมอแล้วล่ะก็ ไม่ว่าโรคอะไรก็ตามก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้ง่าย ๆ ค่ะ วันนี้เราจะมาดูกันว่าหากเราไม่อยากเป็นโรคหลอดเลือดขอดที่ขาแล้วเราต้องทำอย่างไรบ้าง 

>> วิธีการป้องกันตัวเองจากโรคหลอดเลือดขอด

  • ทุก ๆ วันที่เราตื่นขึ้นมารหรือเวลาว่างหลังเลิกงานในตอนเย็น เราขอแนะนำให้คุณออกกำลังกายทุกวันเลยนะคะ เพราะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของเราให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นค่ะ ทั้งยังเป็นการควบคุมน้ำหนักของเขาให้อยู่ในเกณฑ์พอดีไม่มากหรือว่าน้อยเกินไป
  • อาหารที่เราเลือกรับประทานเข้าไปนั้นจะต้องมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสูงสุดเลยนะคะ เช่น ผักและผลไม้ เป็นต้น ที่สำคัยอาหารที่เราควรงดและไม่ควรแตะต้องเลยก็คืออาหารทุกอย่างที่มีรสชาติเค็มค่ะ
  • ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดหรือว่าเน้นรูปร่างจนเกินไป และหากว่าว่าง ๆ ก็ให้ทำการยกเท้าของตัวเองให้อยู่สูงกว่าหัวใจนะคะ จะช่วยให้ห่างจากโรคนี้ได้ค่ะ และถ้าเราชอบยืนหรือนั่งนาน ๆ เราต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ด้วยค่ะ

…..วิธีการเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยให้เราหายขาดจาการเป็นโรคหลอดเลือดขอดก็ตาม แต่ก็สามารถช่วยให้เราดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีขึ้นอย่างถูกหลักการและถูกวิธี  ทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณไม่อยากมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดขอดแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดนะคะ……

/////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [12]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [12]

 

      เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บนี่ถือว่าไม่มีใครปรารถนาที่จะให้มากล้ำกลายตัวเองเลยนะคะ เพราะว่านอกจากจะทำให้สุขภาพของตัวเองทรุดโทรมแล้ว สุขภาพใจของเราก็จะแย่ตามไปด้วยค่ะ จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราจึงต้องนำเอาเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคต่าง ๆ มาฝาก ซึ่งอีกโรคหนึ่งที่เป็นโรคใกล้ตัวคนวัยทำงานก็คือโรคหลอดเลือดที่ขานั่นเองค่ะ เราจะมาดูกันว่าหากเราไม่อยากเป็นโรคนี้แล้วเราต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะป้องกันและรักษาได้อย่างถูกวิธี 

>> วิธีการดูแลรักษาและป้องกันโรค (ต่อ)

  • สำหรับคนที่เป็นโรคหลอดเลือดขอดที่ขาแล้ว แพทย์อาจจะใช้วิธีการบำบัดตามความร้อนผ่านสายสอดก็เป็นได้ค่ะ ซึ่งวิธีการในรักษาก็คือการแยกเอาสายลอดเข้าไปในหลอดเลือดของเรา จากนั้นก็ใช้ความร้อนที่มีอยู่บริเวณปลายสอดเข้าไปเพื่อทำให้เส้นเลือดส่วนที่ขอดอยู่นั้นถูกทำลายลงไป
  • แต่ในรายที่เป็นหนัก ๆ อาจจะถึงกับต้องผ่าตัดก็ได้ค่ะ เพราะว่ามันเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลที่สุด เป็นการผ่าตัดเพื่อตัดหลอดเลือดที่ขอดทิ้งไป แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือดในร่างกายแต่อย่างใดนะคะ

…..นี่เป็นเพียงการรักษาและป้องกันตัวเองจากโรคส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ รายละเอียดยังมีอีกมากมายเอาไว้ให้เราได้ศึกษากันเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ควรมองข้ามเรื่องสุขภาพอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะป่วยน้อยหรือป่วยมาก เพราะหากขึ้นชื่อว่าอาการป่วยแล้วก็ย่อมไม่ดีต่อร่างกายของเราทั้งนั้นแหละค่ะ…..

/////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคริดสีดวงทวาร” [4]

Posted on

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคริดสีดวงทวาร” [4]

โรคริดสีดวงทวารนั้นถือว่าเป็นโรคที่ทุกคนสามารถเป็นได้เหมือน ๆ กันค่ะ หากว่ามีการนั่งนานเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำงานแบบต้องนั่งอยู่ตลอดเวลาถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าคนในอาชีพอื่นค่ะ ทางที่ดีเราควรจะเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้นั่นเอง วันนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวารมาฝากค่ะ เพื่อที่ทุกคนจะได้หาวิธีป้องกันและรักษาตัวเองได้อย่างถูกวิธียิ่งขึ้น

>> วิธีการรักษาเมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร
หากว่าเราเกิดโชคไม่ดีและดูแลสุขภาพไม่ดีพอจนกลายเป็นโรคริดสีดวงทวาร เมื่อไปพบแพทย์แล้วแพทย์ก็จะทำการรักษาให้เราโดยยึดหลักการรักษาตามความเหมาะสมของระยะที่เป็นค่ะ หากว่าเป็นไม่รุนแรงนักก็จะใช้วิธีการรักษาแบบธรรมดา แต่ถ้าหากว่าเป็นในขั้นหนักแล้วล่ะก็อาจจะใช้วิธีการผ่าตัดค่ะ เพราะมีประสิทธิภาพในการรักษาเป็นอย่างดี แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันค่ะเพราะว่ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงพอสมควร และที่สำคัญเราจะต้องรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าอย่างนั้นเราอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษาได้ค่ะ เราจึงต้องให้ความสำคัญและความใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มาก ๆ เพราะการที่เรามีสุขภาพดีและแข็งแรงอยู่ตลอดเวลานั้นถือว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเราแล้วล่ะค่ะ

…..ถึงแม้ว่าโรคริดสีดวงอาจจะดูไม่ค่อยรุนแรงนัก แต่เมื่อเราชะล่าใจเกินไป ไม่คอยดูแลตัวเองและหมั่นตรวจสุขภาพอยู่เสมอแล้วล่ะก็ กว่าที่เราจะรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ก็อาจจะเป็นในขั้นที่เริ่มรักษายากแล้วก็ได้ ผลเสียที่ตามมาก็มีหลายอย่างด้วยกัน แต่ที่แน่ ๆ ร่างกายของเราก็จะไม่สุขภาพดีเช่นเดิมแล้ว เราจึงควรหาวิธีการป้องกันดีกว่ามานั่งแก้ไขทีหลังนะคะ….

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


อาการปวดหูเนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบ [5]

Posted on

อาการปวดหูเนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบ [5]

 

      เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บในวันนี้ เรามีรายละเอียดเกี่ยวกับอาการปวดหูเนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบมาฝากค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสนใจและตื่นตัวเป็นอย่างมากเพราะหูเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราได้ยินเสียง หากว่าเราดูแลไม่ดีก็อาจจะกลายเป็นคนหูหนวกหรือว่าได้ยินไม่ชัดได้ค่ะ 

>> อาการที่เกิดขึ้นเมื่อหูชั้นนอกอักเสบ

  • เริ่มแรกเลยเราจะมีอาการคันและระคายเคืองภายในรูหูส่วนนอกของเรา จากนั้นก็จะปวดหู หูอื้อ และมีของน้ำหนองไหลออกจากหูตามลำดับ
  • เมื่อไปหาหมอจะพบว่าผิวหนังของรูหูส่วนนอกของเรานั้นเริ่มบวมและแดง หากว่าเป็นหนัก ๆ แทบจะมองไม่เห็นรูหูส่วนนอกเลยล่ะค่ะ
  • หากเนื้อเยื่อในหูของเราตายหรืออักเสบ จะส่งกลิ่นเหม็นออกมาถึงภายนอกเลยค่ะ
  • เมื่อเราจับหูหรือว่าทำให้หูเคลื่อนไหว จะรู้สึกเจ็บปวดมาก ๆ เลยค่ะ
  • บางรายอาจจะมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหน้าหรือหลังหู
  • บางคนที่เป็นหนัก ๆ ใบหูจะเริ่มยื่นไปข้างหน้า บวมแดง เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บมาก ๆ เลยค่ะ

……โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองและคนที่ตัวเองรักหรอกค่ะ แต่ว่าในบางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ เราต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติที่ควรจะเป็น สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คือการดูแลและรักษาสุขภาพของตัวให้ดีและแข็งแรงตลอดไปนั่นเองค่ะ……

////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจากeduzones.com ]]


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคมือเท้าปาก”

Posted on

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคมือเท้าปาก”

ในปัจจุบันโรคมือเท้าปากถือว่าเป็นโรคติดต่อที่เราจะต้องให้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เด็กจะยิ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากเนื่องจากเด็กมีภูมิต้านทานโรคที่ต่ำกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง วันนี้เราจึงนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคมือเท้าปากมาฝากทุก ๆ ท่าน ถ้าหากว่าพร้อมแล้วมาติดตามกันเลยค่ะ 

>> อาการที่เข้าข่ายว่าจะเป็นโรคมือเท้าปาก
ผู้ป่วยที่เป็นโรคมือเท้าปากนั้นจะมีอาการไข้คล้าย ๆ กับการเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือจะเจ็บในบริเวณช่องปากนั่น เมื่อไปหาหมอก็จะตรวจพบตุ่มหรือว่าแผลภายในบริเวณช่องปาก และยังมีตุ่มน้ำใสที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าอีกด้วยค่ะ 

>> วิธีการดูแลรักษาผู้ป่วย

  • ในปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาโรคมือเท้าปากโดยเฉพาะ โดยการรักษาส่วนใหญ่นั้นจะยังคงเป็นการรักษาตามอาการที่ปรากฏด้วยการให้ยาลดไข้ ยารักษาหวัด และยาที่ใช้ทาตุ่มภายในช่องปากเพื่อลดอาการเจ็บค่ะ
  • การดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้โรคนี้หายได้เร็วขึ้นค่ะ
  • การรับประทานของที่เย็น ๆ เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำเย็น น้ำแข็ง หรือไอศกรีม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการชาภายในช่องปาก ทำให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารและน้ำได้สะดวกมากยิ่งขึ้นค่ะ 

…..เมื่อเราทราบถึงลักษณะอาการและวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยแล้ว เราจะต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้มีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยได้ง่าย ๆ ค่ะ….. 

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก yenta4.com ]]


โรคกระดูกคอเสื่อม

Posted on

โรคกระดูกคอเสื่อม

วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บมาฝากทุกคนค่ะ ซึ่งก็รายละเอียดเกี่ยวกับโรคกระดูกคอเสื่อมนั่นเอง ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันได้เลยค่ะ

>> สาเหตุของโรค
โรคกระดูกคอเสื่อม หรือ Cervical spondylosis นั้นมีสาเหตุเกิดจากกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอได้มีการเสื่อมไปตามอายุ จึงทำให้ผิวข้อกระดูกสันหลังเริ่มมีหินปูนหรือว่าปุ่มงอกขึ้น และประกอบกับหมอนรองกระดูกนั้นมีการเสื่อมและบางตัวลง จึงทำให้ช่องว่างระหว่างข้อต่อแคบลงค่ะ ซึ่งจัดว่าเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ๆ และอาจจะต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเริ่มทวีความรุนแรงไปจนถึงขั้นมีการกดถูกรากประสาทหรือว่าไขสันหลัง โดยทั้งนี้ผู้ที่เคยมีประวัติบาดเจ็บที่บริเวณคอมาก่อน ก็อาจมีส่วนกระตุ้นให้กระดูกเสื่อมมากขึ้นค่ะ

>> อาการของโรค
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกคอเสื่อมนั้น ส่วนหนึ่งมักจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ออกมาเลยค่ะ แต่อาจจะเป็นการตรวจพบโดยบังเอิญจากการถ่ายภาพรังสี ในขณะที่ตรวจเช็คสุขภาพเสียมากกว่า (เนื่องจากการถ่ายภาพรังสีที่บริเวณคอในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี นั้น ส่วนใหญ่จะพบว่ามีการเสื่อมของกระดูกคอค่ะ) และผู้ป่วยบางรายก็อาจจะมีอาการปวดเมื่อยต้นคอเป็นบางครั้ง หรืออาจจะปวดนานเป็นเดือนแล้วจึงค่อย ๆ ทุเลาลงก็มีเช่นกันค่ะ แต่ในบางรายนั้นอาจปวดถาวรเลยก็มีค่ะ

…..ถึงแม้ว่าจะมีการตรวจพบคนที่เป็นโรคกระดูกคอเสื่อมนั้นจะอยู่ในวัยผู้สูงอายุเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่าลืมนะคะว่าวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะอาจจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือว่าการใช้คอในทางที่ไม่ถูกวิธี จนอาจเป็นที่มาของของโรคนี้ได้ค่ะ….. 

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคไมเกรน [3]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคไมเกรน [3]

>> อย่าเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันบ่อย ๆ 
เนื่องจากการนอนมากหรือน้อยกว่าปกติ การทานอาหารมากเกินไปหรือน้อยเกินไปนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่อาจทำให้ปวดหัวได้ การที่ทำกิจวัตรต่าง ๆ ไม่ต่อเนื่องกันนี้เสี่ยงต่อการปวดหัวโดยเฉพาะกับคนที่เป็นไมเกรนในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งคุณไม่ควรเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันช่วงวันเสาร์วันอาทิตย์บ่อยมากนักนะคะ และอย่าได้ประเมินค่าการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรต่าง ๆ เหล่านี้ต่ำเกินไป โดยเฉพาะยิ่งถ้าหากคุณเพิ่งฟื้นไข้ คุณจะต้องทานยาที่ถูกต้องและพกยาติดตัวไว้เสมอ เผื่อว่าเกิดปวดหัวขึ้นมากะทันหัน ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจทำให้ปวดหัวได้นะคะ

>> อาการปวดหัวไม่ใช่ผลข้างเคียงของประจำเดือน
คุณอย่าไปคิดว่าการปวดหัวเป็นผลเคียงจากการมีประจำเดือนนะคะ เพราะว่าการที่คุณปวดหัวทุกครั้งในช่วงที่มีประจำเดือนหรือช่วง 2 วันแรกก่อนมีประจำเดือนถึงจะแสดงว่าคุณเป็นไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งเกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดต่ำลง ทำให้ปวดหัวนานกว่าเดิม มากกว่าเดิม และรักษายากยิ่งกว่าเดิม ในกรณีนี้ไม่ควรเพิกเฉยต่ออาการดังกล่าวแต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูอาการให้แน่ใจนะคะ

>> ยาที่ใช้รักษาโรคอื่นอาจทำให้ปวดหัวได้
ยาที่แพทย์สั่งให้ทานเพื่อรักษาโรคอื่นที่เป็นอยู่อาจมีผลข้างเคียงทำให้เราปวดหัวมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ในกรณีนี้ลองให้แพทย์สั่งยาตัวอื่นที่รักษาโรคนั้น ๆ ได้และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ มารับประทานแทนนะคะ

>> อย่าพยายามเอาชนะโรคไมเกรนในช่วยสุดสัปดาห์

บางคนมักปวดหัวในช่วงสุดสัปดาห์เนื่องจากการปัญหาสุขภาพและพักผ่อนมากเกินไป การพักผ่อนนี้ก็เป็นผลมาจากความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นตลอดวันทำงานที่ผ่านมา ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงเรื่องเครียดต่าง ๆ แล้วหากิจกรรมอื่นทำ เช่น ปลูกต้นไม้ เล่นกับสุนัข เป็นต้นค่ะ

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


โรคเบาหวาน

Posted on

“โรคเบาหวาน” สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย มีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ป่วยด้วยโรคนี้แต่ไม่รู้ตัว จนทำให้ละเลยการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี จนทำให้โรคเบาหวานลุกลามได้จนอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นลองมาสำรวจตัวเองดูสิว่าคุณเข้าข่ายที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้องค่ะ

“โรคเบาหวาน” หรือ Diabetes Millitus เป็นโรคที่เกิดจากตับอ่อนได้ทำการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้น้อยหรือไม่ได้เลย ฮอร์โมนชนิดนี้จะมีหน้าที่คอยช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน เมื่ออินซูลินในร่างกายไม่พอ น้ำตาลก็จะไม่ถูกนำไปใช้จนทำให้เกิดการคั่งของน้ำตาลในเลือดและอวัยวะต่างๆ เมื่อน้ำตาลคั่งในเลือดมากๆ ก็จะถูกไตกรองออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวานหรือมีมดขึ้นได้ จึงเรียกว่า ”เบาหวาน” นั่นเองค่ะ

“โรคเบาหวาน” เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และถือว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมด้วยค่ะ โดยพ่อแม่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ด้วย นอกจากพันธุกรรมแล้ว ยังมีสิ่งแวดล้อม วิธีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ก็มีส่วนสำคัญต่อการเกิดเบาหวานด้วยเช่นกันค่ะ หรืออาจจะเกิดจากการใช้ยาเหล่านี้ก็เป็นได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสเตอรอยด์ ยาขับปัสสาวะ ยาเม็ดคุมกำเนิด หรืออาจพบร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง มะเร็งของตับอ่อน ตับแข็งระยะสุดท้าย เป็นต้นค่ะ

>> ลักษณะทั่วไปของผู้ป่วย
มีอาการปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก เนื่องจากน้ำตาลที่ออกมาทางไตจะดึงเอาน้ำจากเลือดออกมาด้วย จึงทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ เมื่อถ่ายปัสสาวะมาก ก็ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ต้องคอยดื่มน้ำบ่อยๆ และด้วยความที่ผู้ป่วยไม่สามารถนำน้ำตาลมาเผาผลาญเป็นพลังงานจึงหันมาเผาผลาญกล้ามเนื้อและไขมันแทน จนทำให้ร่างกายผ่ายผอม ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อฝ่อลีบ อ่อนเพลีย จนมีน้ำตาลคั่งอยู่ในอวัยวะต่างๆ จึงทำให้อวัยวะเหล่านั้นเกิดความผิดปกติ และนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ค่ะ

/////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]