เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [9]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา” [9]

 

วันนี้เราจะมีมาเรียนรู้เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บกันต่อนะคะ ซึ่งยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลอดขอดที่บริเวณขาเช่นเคย ดังที่เราได้กล่าวไปในบทความต้น ๆ แล้วว่าโรคนี้ดูเหมือนอาจจะไม่อันตรายต่อร่างกายนัก แต่ถ้าหากว่าเราละเลยไม่รีบทำการรักษาแล้วล่ะก็ บางรายอาจจะถึงขั้นตัดขาเลยก็ได้ค่ะ เพราะว่าหลอดเลือดขอดจนเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึงอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อทราบอย่างนี้แล้วอย่างนิ่งนอนใจกันเลยนะคะ 

>> วิธีการป้องกันโรคและดูแลตัวเอง (ต่อ)

  • เมื่อมีเวลาว่างให้ทำการยกขาไว้สูง ๆ
    เพราะการที่เราทำท่ายกขาสูงบ่อย ๆ นั้นจะเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเราให้ง่ายมากขึ้น ระดับที่เหมาะสมก็คือ การยกขาและยกเท้าให้เหลือกว่าระดับหัวใจของเรา ถ้าหากว่าว่างบ่อยก็ทำบ่อย ๆ ได้เลยนะคะ ประโยชน์ต่อร่างกายเราล้วน ๆ เลยค่ะ
  • เปลี่ยนท่านั่งหรือท่ายืนบ่อย ๆ
    เพราะถ้าหากว่าเรานั่งหรือยืนท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานแล้ว ถึงว่าเรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้อย่างมากเลยค่ะ ดังนั้นเราควรเปลี่ยนท่าในทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำค่ะ จะได้ช่วยกระตุ้นระบบการหมุนเวียนของเลือดในร่างกายให้ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด

…..จะว่าไปแล้ววิธีการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคหลอดเลือดขอดนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะมีความเชื่อมโยงกับหลาย ๆ โรค หวังว่าทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้พอ ๆ กับการรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงในทุก ๆ วันนะคะ แล้วคุณจะว่าการมีสุขภาพที่แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษมากที่สุดในชีวิตของเราเลยค่ะ……

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา”

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “โรคหลอดเลือดขอดที่ขา”

 

เรื่องราวเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บในวันนี้ เราจะมากล่าวถึงเรื่องหลอดเลือดขอดที่ขากันค่ะ ซึ่งมีการตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนที่เป็นโรคนี้จำนวนมากที่เจอก็คือ คนสูงวัย ผู้หญิง คนท้อง คนอ้วน และคนที่นั่งหรือว่ายืนนาน ๆ เป็นต้น คนเหล่านี้มักจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นหลอดเลือดขามากกว่าคนอื่นค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงก็ตามแต่ก็ทำให้เราเสียสุขภาพโดยใช่เหตุ เราจะมาดูกันว่าโรคหลอดเลือดที่ขานั้นมีสาเหตุอะไรบ้าง

>> สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดขอดที่ขา
ตามปกติแล้วหลอดเลือดดำของเราที่มีอยู่ในช่วงบริเวณขาของเราจะมีหน้าที่ในการคอยนำเอาเลือดดำออกจากเท้าของเราเพื่อกลับไปคืนสู่หัวใจ ซึ่งในการที่จะเอาเลือดขึ้นมาได้นั้นจะต้องใช้แรงบีบของกล้ามเนื้อขาที่อยู่ส่วนล่างเป็นตัวช่วยที่สำคัญค่ะ ซึ่งเราจะพบว่ามีการบีบเลือดเพื่อต้านแรงโน้มถ่วงของโลกให้เลือดเหล่านั้นได้ไหลกลับขึ้นไปสู่หัวใจอีกครั้ง และที่สำคัญจะมีลิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่ภายในหลอดเลือดดำของเราเปิดรับเลือดให้ไหลขึ้นมาในหัวใจได้ง่ายขึ้น และยังช่วยทำให้เลือดไม่ไหลย้อนกลับไปที่เท้าอีกด้วยค่ะ และที่เป็นหลอดเลือดขอดที่ขาก็เป็นเพราะว่าบางคนจะมีปัญหาในขั้นตอนการลำเลียงเลือดนี่แหละค่ะ เพราะลิ้นที่คอยเปิดรับและปิดกลั้นเลือดทำงานไม่เป็นปกติ ทำให้เลือดไหลขึ้นมาไม่ถึงหัวใจอย่างที่ควรจะเป็น และไปค้างอยู่บริเวณส่วนขาของเรา จึงกลายเป็นโรคหลอดเลือดขอดนั่นเองค่ะ

…..เมื่อเรารู้แล้วว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดหลอดเลือดขอดที่ขานั้นเป็นเพราะอะไรบ้าง เราควรจะหลีกเลี่ยงสาเหตุเหล่านั้นให้ไกลเลยนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา และเมื่อรู้วิธีการดี ๆ เหล่านี้แล้วอย่าลืมบอกต่อให้กับคนรอบข้างของเราได้รับทราบด้วยนะคะ เพื่อที่ปริมาณคนป่วยโรคนี้จะได้ลดลงเรื่อย ๆ นั่นเองค่ะ……

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


โรคหลอดเลือดดำขอด

Posted on

โรคหลอดเลือดดำขอด

>> ความหมายของภาวะหลอดเลือดดำขอด
โรคหลอดเลือดดำขอด เป็นภาวะความผิดปกติของหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังของขาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในแบบ 3 มิติ ทำให้มองเห็นเป็นหลอดเลือดดำที่ขดงอคล้ายตัวหนอนที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่าเส้นเลือดขอดนั่นเองค่ะ หลอดเลือดดำของคนเรามีหลายขนาด จนทำให้หลอดเลือดดำขอดที่เราพบเห็นมีได้ตั้งแต่หลอดเลือดดำฝอยจนถึงหลอดเลือดดำที่มีขนาดใหญ่ ขดไปมาคล้ายหนอนตัวใหญ่นั่นเองค่ะ

>> สาเหตุที่เกิดขึ้น
หลอดเลือดดำบริเวณขาของคนเรามีหน้าที่นำเลือดดำจากปลายเท้าไหลเวียนขึ้นสู่หัวใจ โดยเฉพาะเมื่อเวลาคน เราอยู่ในท่านั่งหรือยืน กระแสเลือดดำก็ไม่ไหลย้อนกลับไปปลายเท้าอีกเพราะหลอด เลือดดำมีลิ้นทำหน้าที่ควบคุมให้กระแสเลือดไหลสู่หัวใจทางเดียวและป้องกันไม่ให้กระแสเลือดไหลย้อนกลับไปปลายเท้านั่นเองค่ะ

ส่วนผู้ป่วยที่มีปัญหาหลอดเลือดขอดที่ขา มักจะเกิดจากมีความผิดปกติของลิ้นหลอดเลือดดำเสียสภาพ ทำให้กระแสเลือดดำไหลย้อนกลับไปปลายเท้าและจะมีภาวะรุนแรงมากขึ้น เมื่อผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งหรือยืน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนเราอยู่ในท่าดังกล่าวนานเกือบ 3 ใน 4 ของวัน สภาพที่เลือดไหลย้อนไปที่ปลายเท้าอยู่นานเป็น ปี ๆ เช่นนี้จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดดำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจนขดไปมาและมองเห็นได้ง่ายนั่นเองค่ะ

>> บุคคลที่เสี่ยงต่อการเป็นหลอดเลือดดำขอด
ภาวะหลอดเลือดดำขอดสามารถพบได้ทั่วไปในประชากรโลก ทุกชาติ ทุกภาษาไม่แตกต่างกันและพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิงใกล้เคียงกัน แต่เชื่อว่าผู้หญิงจะมีความกังวลกับภาวะนี้มากกว่าผู้ชาย จึงได้มาพบแพทย์บ่อยกว่า และเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงขนาดของหลอดเลือดดำที่ผิดปกติดังกล่าวข้างต้น จะมีการดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงไปปรากฏภาวะนี้บ่อยขึ้นตามอายุที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ

//////////|
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก mahidol.ac.th ]]


โรคความดันโลหิตสูง

Posted on

โรคความดันโลหิตสูง

           “โรคความดันโลหิตสูง” เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกาย ผ่านระบบท่อนำเลือดแดงจากเส้นใหญ่ๆ ใกล้หัวใจจนไปถึงปลายสุด คือ เส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง เป็นต้น ค่าความดันที่แพทย์บอกให้ทราบทุกครั้งที่ไปตรวจจะมี 2 ค่าคือค่าแรก (ค่าบน) จะวัดช่วงที่หัวใจบีบตัว ค่าที่ 2 (ค่าล่าง) จะวัดช่วงหัวใจคลายตัว ซึ่งเรียก ซีสโตลิค และไดแอสโตลิคตามลำดับ ซึ่งค่าปกติจะอยู่ไม่เกิน 140/90  มิลลิเมตรปรอทค่ะ

การที่เราจะทราบสถานะของความดันของเราต้องหมั่นวัดบ่อยๆ นะคะ ถ้าไม่รู้จะวัดที่ไหน ก็ตรงไปที่โรงพยาบาลใกล้บ้านเลยนะคะ ยินดีตรวจสอบให้ เมื่อความดันเป็นนานๆ หรือมากๆ เข้าก็จะเริ่มมีอาการ เช่น ปวดศีรษะโดยเฉพาะตอนตื่นใหม่ๆ มึนงง สมองไม่โล่ง วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยง่าย ถ้าเป็นมากเข้ามีอาการแทรกซ้อน เช่น ทางหัวใจ ก็จะมีเส้นเลือดหัวใจตีบฉับพลัน มีเจ็บหน้าอก ช็อค เสียชีวิต หรือหัวใจล้มเหลว  หอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด อาการทางสมอง เช่น โลหิตสมองแตก หรือตีบทำให้มีอาการตั้งแต่เบาะๆ คือวูบ พูดไม่ชัด ชาตามมือเท้า เป็นมากๆ เข้าจะถึงขั้นอัมพาตหรือเสียชีวิต ถ้ามีโรคแทรกซ้อนทางไตก็จะมีอาการไตวาย บวม หอบ และเสียชีวิตได้ นอกจากนั้น อาการแทรกอื่นๆ เช่นตาบอด จากเส้นเลือดในตาตีบหรือแตก ประสาทตาบวม เส้นเลือดที่ขาตีบตัน เป็นต้น จะเห็นได้ว่าภัยของโรคความดันโลหิตสูงถือว่ารุนแรงหนักหนาสาหัสพอสมควร ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว การรักษาจะทำได้ไม่มากนัก

  วิธีป้องกัน
ทำการรักษาแต่เนิ่นๆ ยกเว้นแต่ว่าตั้งใจจะฆ่าตัวตายนะคะ การที่จะรู้แต่เนิ่นๆ ก็โดยตรวจความดันเป็นประจำโดยเฉพาะท่านที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน มีประวัติญาติพี่น้องเป็น มีโรคอื่นอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ไขมันสูง เก๊าท์ ดื่มสุรา สูบบุหรี่เป็นประจำ ทำไปเถอะค่ะไม่เสียหลาย ขนาดรถยนต์ท่านยัง ตรวจเช็คตามระยะตามกำหนดแถมทำประกันให้ด้วย เพื่ออะไรละค่ะ ก็เพื่อดูว่ามีอะไรบกพร่องจะได้ไม่ตายกลางทาง ยิ่งเครื่องบินยิ่งแล้ว ตรวจกันทุกเที่ยวบินขนาดนั้นก็ตกกันได้ ชีวิตเราสำคัญกว่ารถยนต์เยอะค่ะ

  การวินิจฉัย
ต้องวินิจฉัยให้แน่นอนว่าสูงจริงหรือไม่ โดยการตรวจหลายๆ ครั้ง อาจจะถึง 3-4 ครั้ง แล้วเอาค่าเฉลี่ยว่ามากกว่า 140/90 หรือไม่ต้องตรวจสอบว่ามีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่เพื่อพิจารณาหาแนวทางและชนิดยาที่จะใช้ ต้องตรวจสอบว่ามีโรคแทรกซ้อนแล้วหรือยัง ส่วนใหญ่จะเน้นหัวใจ ไต สมอง เป็นหลัก การรักษาอันดับแรก ถ้าอ้วนต้องลดน้ำหนัก กินอาหารอ่อนเค็ม ไขมันต่ำ ออกกำลังกายพอสมควร งดเหล้า บุหรี่ หลีกเลี่ยงความเครียด อดนอน ถ้าความดันยังไม่ลดลงตามเกณฑ์แพทย์ก็จะพิจารณา ให้ยาลดความดัน ซึ่งยาลดความดันมีหลายชนิดเพื่อเหมาะสมกับความรุนแรง ระยะเวลา อายุ หรือโรคที่เป็นร่วมกับความดันโลหิตสูง เช่น คนหนุ่มกับคนสูงอายุ ความดันสูงเฉยๆ กับความดันร่วมกับเบาหวาน โรคไต โรคเก๊าท์ เป็นค่ะ….