เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคไมเกรน [3]

Posted on

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโรคไมเกรน [3]

>> อย่าเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันบ่อย ๆ 
เนื่องจากการนอนมากหรือน้อยกว่าปกติ การทานอาหารมากเกินไปหรือน้อยเกินไปนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่อาจทำให้ปวดหัวได้ การที่ทำกิจวัตรต่าง ๆ ไม่ต่อเนื่องกันนี้เสี่ยงต่อการปวดหัวโดยเฉพาะกับคนที่เป็นไมเกรนในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งคุณไม่ควรเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันช่วงวันเสาร์วันอาทิตย์บ่อยมากนักนะคะ และอย่าได้ประเมินค่าการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรต่าง ๆ เหล่านี้ต่ำเกินไป โดยเฉพาะยิ่งถ้าหากคุณเพิ่งฟื้นไข้ คุณจะต้องทานยาที่ถูกต้องและพกยาติดตัวไว้เสมอ เผื่อว่าเกิดปวดหัวขึ้นมากะทันหัน ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจทำให้ปวดหัวได้นะคะ

>> อาการปวดหัวไม่ใช่ผลข้างเคียงของประจำเดือน
คุณอย่าไปคิดว่าการปวดหัวเป็นผลเคียงจากการมีประจำเดือนนะคะ เพราะว่าการที่คุณปวดหัวทุกครั้งในช่วงที่มีประจำเดือนหรือช่วง 2 วันแรกก่อนมีประจำเดือนถึงจะแสดงว่าคุณเป็นไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งเกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดต่ำลง ทำให้ปวดหัวนานกว่าเดิม มากกว่าเดิม และรักษายากยิ่งกว่าเดิม ในกรณีนี้ไม่ควรเพิกเฉยต่ออาการดังกล่าวแต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูอาการให้แน่ใจนะคะ

>> ยาที่ใช้รักษาโรคอื่นอาจทำให้ปวดหัวได้
ยาที่แพทย์สั่งให้ทานเพื่อรักษาโรคอื่นที่เป็นอยู่อาจมีผลข้างเคียงทำให้เราปวดหัวมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ในกรณีนี้ลองให้แพทย์สั่งยาตัวอื่นที่รักษาโรคนั้น ๆ ได้และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ มารับประทานแทนนะคะ

>> อย่าพยายามเอาชนะโรคไมเกรนในช่วยสุดสัปดาห์

บางคนมักปวดหัวในช่วงสุดสัปดาห์เนื่องจากการปัญหาสุขภาพและพักผ่อนมากเกินไป การพักผ่อนนี้ก็เป็นผลมาจากความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นตลอดวันทำงานที่ผ่านมา ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงเรื่องเครียดต่าง ๆ แล้วหากิจกรรมอื่นทำ เช่น ปลูกต้นไม้ เล่นกับสุนัข เป็นต้นค่ะ

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


โรคซีสต์เต้านม

Posted on

โรคซีสต์เต้านม

>> สาเหตุ
อาจเกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงต่อมเต้านมในร่างกาย มีน้ำเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเต้านม รวมตัวเป็นถุงน้ำ สิ่งเหล่านี้มีการควบคุมโดยฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมน “เอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงมีอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเต้านม และในที่สุดก็เป็นซีสต์ และพบว่าซีสต์โตขึ้นและพบซีสต์ได้บ่อยขึ้นในช่วงที่ประจำเดือนใกล้จะมาและซีสต์จะเล็กลง เมื่อประจำเดือนมาแล้วนั่นเองค่ะ

>> ลักษณะผิดปกติที่สามารถสังเกตได้
ปวดบริเวณเต้านม อาจเจ็บหรือปวดเนื่องจากน้ำในซีส ดันเนื้อนมรอบข้าง ทำให้เต้านมตึง ทำให้ปวดและบางครั้งอาจจะคลำพบก้อนที่เต้านมด้วยก็ได้ ก้อนที่เต้านม อาจมีได้หลายตำแหน่ง และอาจโตๆ ยุบๆ ได้ค่ะ

>> รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าเป็นซีสต์
ก้อนที่เต้านมที่เป็นซีสต์จะโตๆ ยุบๆ ตามรอบเดือน มะเร็งมักจะโตขึ้นเรื่อยๆ ซีสต์มักจะเจ็บ มะเร็งมักจะไม่เจ็บ ซีสต์มักจะนุ่มๆ หยุ่นๆ มะเร็งมักจะแข็ง ลักษณะดังกล่าวพบจะบอกได้คร่าวๆ ว่าเป็นซีสต์หรือเป็นมะเร็งค่ะ ส่วนการตรวจอื่นๆ ที่พอจะบอกได้ว่าเป็นซีสต์หรือก้อนเนื้อ ก็คือ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ ซึ่งจะบอกได้ว่าก้อนที่ตรวจพบเป็นน้ำหรือเป็นเนื้อ หรือใช้เข็มฉีดยาเจาะดู หากเป็นซีสต์น้ำจะได้น้ำออกมา และก้อนยุบหายไปค่ะ

>> มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่
เพราะว่าซีสต์เต้านมส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็งเต้านมมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นแหละค่ะที่ซีสต์ที่เกิดขึ้นมีความผิดปกติตั้งแต่ต้นที่มีลักษณะเป็นมะเร็งเต้านม การจะทราบได้หรือไม่ว่าซีสต์ที่เป็นนั้น มีแนวโน้มว่าจะกลาย เป็นหรือไม่นั้น ต้องได้รับการตัดชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์ แต่โดยทั่วไปแพทย์สามารถบอกได้ว่าลักษณะของซีสต์ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่

>> เมื่อเป็นแล้วจะได้ผ่าตัดหรือไม่
หากซีสต์ที่พบมีส่วนที่เป็นเนื้อปนอยู่ หรือเป็นซีสต์เนื้อ แพทย์จะพยายามพิสูจน์ว่าก้อนที่พบนั้นเป็นมะเร็งหรือไม่ หากไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่ใช่มะเร็ง แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อพิสูจน์ชิ้นเนื้อจะด้วยการผ่าตัด หรือด้วยการเจาะเนื้อดูก็ได้ เพราะฉะนั้นหากรู้แน่นอนว่าเป็นซีสต์ ก็ไม่ต้องผ่าตัด แต่หากไม่แน่ใจ แพทย์จะพยายามพิสูจน์ให้รู้ว่าเป็นซีสหรือเป็นมะเร็งกันแน่ค่ะ

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก n3k.in.th ]]