โรคความดันโลหิตสูง

Posted on

โรคความดันโลหิตสูง

           “โรคความดันโลหิตสูง” เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกาย ผ่านระบบท่อนำเลือดแดงจากเส้นใหญ่ๆ ใกล้หัวใจจนไปถึงปลายสุด คือ เส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง เป็นต้น ค่าความดันที่แพทย์บอกให้ทราบทุกครั้งที่ไปตรวจจะมี 2 ค่าคือค่าแรก (ค่าบน) จะวัดช่วงที่หัวใจบีบตัว ค่าที่ 2 (ค่าล่าง) จะวัดช่วงหัวใจคลายตัว ซึ่งเรียก ซีสโตลิค และไดแอสโตลิคตามลำดับ ซึ่งค่าปกติจะอยู่ไม่เกิน 140/90  มิลลิเมตรปรอทค่ะ

การที่เราจะทราบสถานะของความดันของเราต้องหมั่นวัดบ่อยๆ นะคะ ถ้าไม่รู้จะวัดที่ไหน ก็ตรงไปที่โรงพยาบาลใกล้บ้านเลยนะคะ ยินดีตรวจสอบให้ เมื่อความดันเป็นนานๆ หรือมากๆ เข้าก็จะเริ่มมีอาการ เช่น ปวดศีรษะโดยเฉพาะตอนตื่นใหม่ๆ มึนงง สมองไม่โล่ง วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยง่าย ถ้าเป็นมากเข้ามีอาการแทรกซ้อน เช่น ทางหัวใจ ก็จะมีเส้นเลือดหัวใจตีบฉับพลัน มีเจ็บหน้าอก ช็อค เสียชีวิต หรือหัวใจล้มเหลว  หอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด อาการทางสมอง เช่น โลหิตสมองแตก หรือตีบทำให้มีอาการตั้งแต่เบาะๆ คือวูบ พูดไม่ชัด ชาตามมือเท้า เป็นมากๆ เข้าจะถึงขั้นอัมพาตหรือเสียชีวิต ถ้ามีโรคแทรกซ้อนทางไตก็จะมีอาการไตวาย บวม หอบ และเสียชีวิตได้ นอกจากนั้น อาการแทรกอื่นๆ เช่นตาบอด จากเส้นเลือดในตาตีบหรือแตก ประสาทตาบวม เส้นเลือดที่ขาตีบตัน เป็นต้น จะเห็นได้ว่าภัยของโรคความดันโลหิตสูงถือว่ารุนแรงหนักหนาสาหัสพอสมควร ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว การรักษาจะทำได้ไม่มากนัก

  วิธีป้องกัน
ทำการรักษาแต่เนิ่นๆ ยกเว้นแต่ว่าตั้งใจจะฆ่าตัวตายนะคะ การที่จะรู้แต่เนิ่นๆ ก็โดยตรวจความดันเป็นประจำโดยเฉพาะท่านที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน มีประวัติญาติพี่น้องเป็น มีโรคอื่นอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ไขมันสูง เก๊าท์ ดื่มสุรา สูบบุหรี่เป็นประจำ ทำไปเถอะค่ะไม่เสียหลาย ขนาดรถยนต์ท่านยัง ตรวจเช็คตามระยะตามกำหนดแถมทำประกันให้ด้วย เพื่ออะไรละค่ะ ก็เพื่อดูว่ามีอะไรบกพร่องจะได้ไม่ตายกลางทาง ยิ่งเครื่องบินยิ่งแล้ว ตรวจกันทุกเที่ยวบินขนาดนั้นก็ตกกันได้ ชีวิตเราสำคัญกว่ารถยนต์เยอะค่ะ

  การวินิจฉัย
ต้องวินิจฉัยให้แน่นอนว่าสูงจริงหรือไม่ โดยการตรวจหลายๆ ครั้ง อาจจะถึง 3-4 ครั้ง แล้วเอาค่าเฉลี่ยว่ามากกว่า 140/90 หรือไม่ต้องตรวจสอบว่ามีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่เพื่อพิจารณาหาแนวทางและชนิดยาที่จะใช้ ต้องตรวจสอบว่ามีโรคแทรกซ้อนแล้วหรือยัง ส่วนใหญ่จะเน้นหัวใจ ไต สมอง เป็นหลัก การรักษาอันดับแรก ถ้าอ้วนต้องลดน้ำหนัก กินอาหารอ่อนเค็ม ไขมันต่ำ ออกกำลังกายพอสมควร งดเหล้า บุหรี่ หลีกเลี่ยงความเครียด อดนอน ถ้าความดันยังไม่ลดลงตามเกณฑ์แพทย์ก็จะพิจารณา ให้ยาลดความดัน ซึ่งยาลดความดันมีหลายชนิดเพื่อเหมาะสมกับความรุนแรง ระยะเวลา อายุ หรือโรคที่เป็นร่วมกับความดันโลหิตสูง เช่น คนหนุ่มกับคนสูงอายุ ความดันสูงเฉยๆ กับความดันร่วมกับเบาหวาน โรคไต โรคเก๊าท์ เป็นค่ะ….


โรคเส้นเลือดขอด

Posted on

โรคเส้นเลือดขอด

 

  สาเหตุของโรคเส้นเลือดขอด
“โรคเส้นเลือดขอด” นั้นเกิดจากความผิดปกติของลิ้นเล็กๆ ที่อยู่ในหลอดเลือดดำของคุณ ไม่สามารถสกัดกั้นการไหลย้อนของเลือดได้ เพราะเหตุนี้จึงทำให้เลือดเกิดการคั่งค้างอยู่ในหลอดเลือดส่วนปลาย ซึ่งได้แก่ บริเวณส่วนที่อยู่ใกล้ผิวหนัง จนทำให้เห็นเป็นเส้นเลือดที่โป่งพองออกมาเป็นก้อน หรืออาจจะเป็นเส้นเลือดฝอยแตกคล้ายๆ กับแผนที่หรือใยแมงมุมนั่นเองค่ะ ทั้งหมดนี้อาจจะเกิดจากการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันวัน หรืออาจเกิดจากพันธุ์ก็ได้เช่นกันค่ะ ถึงแม้ในปัจจุบันเราจะสามารถเข้ารับการรักษาโรคเส้นเลือดขอดเพื่อให้หายขาดได้แล้วก็ตาม แต่ถ้าเราไม่มีปัญหาเส้นเลือดขอดก็จะดีกว่านะคะ

  วิธีการป้องกันโรคเส้นเลือดขอด

  • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่คับเกินจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเอวและต้นขา เพราะจะทำให้เกิดแรงกดต่อเส้นเลือดดำที่ขา จนทำให้การไหลเวียนของเลือดเป็นไปอย่างไม่สะดวกนัก คุณควรจะสวมเสื้อผ้าให้พอดีตัว และไม่รัดเข็มขัดจนแน่นเกินไป  กางเกงชั้นในก็ไม่ควรรัดเกินไปด้วยค่ะ
  • ไม่ควรยืนหรือนั่งเป็นเวลานานๆ คุณควรจะเดินเร็วสลับกับการยืนก็ได้ค่ะ ถ้าจะให้ดีก็ไม่ควรนั่งไขว้ขาด้วยนะคะ เพราะจะทำให้การไหลเวียนเลือดเป็นไปได้ช้า และนอกจากนี้การเดินยังทำให้กล้ามเนื้อขาของคุณหดตัว และเป็นการบีบไล่เลือดในเส้นเลือดดำขึ้นสู่ด้านบนด้วยค่ะ ที่สำคัญยังมีส่วนที่ช่วยป้องกันจากโรคอ้วนอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ
  • ควรฝึกกล้ามเนื้อน่อง เพราะว่ากล้ามเนื้อบริเวณน่องเป็นกล้ามเนื้อส่วนสำคัญที่ช่วยในการบีบเลือดออกจากเส้นเลือดดำให้กลับขึ้นสู่ด้านบน วิธีการฝึกกล้ามเนื้อน่อง ได้แก่ การยืนตัวตรง แล้วค่อยๆ เขย่งเท้าขึ้นช้าๆ และลงช้าๆ ทำแบบนี้จำนวน 3 ชุด ชุดละ 10 ครั้ง และควรใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ค่ะ เพื่อเป็นการทำให้กล้ามเนื้อขาของคุณแข็งแรงโดยทั่วกันทุกส่วนนั่นเองค่ะ
  • ควรใส่ถุงน่องที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ เพราะจะมีส่วนในการช่วยกดเส้นเลือดดำบริเวณใกล้ผิวหนังให้แฟบลงได้ค่ะ
  • แนะนำให้ยกเท้าสูงในเวลานอนนะคะ เพราะว่าการนอนยกเท้าสูงเหนือระดับหัวใจ ประมาณครั้งละ 15นาที จะสามารถช่วยทำให้เลือดในเส้นเลือดดำที่ขาของคุณไหลกลับเข้าไปสู่ร่างกายส่วนบนได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ถ้าหากว่าคุณหาโอกาสนอนยกเท้าสูงไม่ได้ ก็ให้หาที่พักเท้าบนม้านั่งหรือที่พักเท้าแทนการวางเท้าบนพื้นก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเช่นกันค่ะ