โรคผิวหนังที่เกิดจากแบคทีเรีย

Posted on

โรคผิวหนังที่เกิดจากแบคทีเรีย

เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บในวันนี้ เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่เกิดจากแบคทีเรียมาฝากค่ะ อันที่จริงแล้วบนผิวหนังของเรานั้นจะมีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ค่ะ เรียกว่า เชื้อประจำถิ่น (Normal Flora) นั่นเอง แต่ถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพของผิวหนังไปจากเดิมแล้วล่ะก็ เชื้อเหล่านี้ก็จะมีโอกาสทำให้เกิดโรคผิวหนังได้ค่ะ

>> แผลพุพอง
แผลพุพองจัดว่าเป็นการติดเชื้อของชั้นหนังกำพร้าค่ะ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นที่ใบหน้า อาการเริ่มแรกจะเป็นผื่นแดงเล็ก ๆ คัน แล้วจึงกลายมาเป็นตุ่มน้ำพองใส เมื่อตุ่มแตกออกแล้วสบริเวณพื้นของแผลนั้นก็จะเป็นสีแดง มีน้ำเหลืองไหลออกมา เมื่อแห้งแล้วก็จะตกเป็นสะเก็ดเหลืองเกาะที่แผลค่ะ รักษาด้วยการมั่นทำความสะอาดแผลและใช้ยาทาฆ่าเชื้ออยู่เสมอค่ะ

>> รูขุมขนอักเสบ
อาการนี้เกิดจากรูขุมขนที่ติดเชื้อจนเกิดผื่นแดงนั่นเอง มักจะมีอาการร่วมด้วยเสมอ ส่วนมากเรามักจะพบในบริเวณที่มีต่อมขนเยอะ อย่างเช่น รักแร้ เป็นต้น เมื่อเป็นแล้วก็มักหายเองค่ะ รักษาด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อทาวันละ 2-3 ครั้งค่ะ แต่ถ้าหากว่าเป็นหนองก็จำเป็นต้องผ่าเอาหนองออกค่ะ

>> ผิวหนังอักเสบ
จัดว่าเป็นการอักเสบของเนื้อเยื่อชั้นหนังแท้ และยังลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังอีกด้วยค่ะ มีลักษณะเป็นผื่นแดงจัด และมีการลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เมื่อกดแล้วเราจะรู้สึกเจ็บและบริเวณนั้นร้อนด้วย มักจะพบได้บ่อยในคนป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน อ้วน หรือติดสุราค่ะ รักษาด้วยการกินยาร่วมกับการประคบร้อน ถ้าหากว่าอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาคุณหมอนะคะ

…..เมื่อเราทราบแล้วว่าโรคผิวหนังต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากสาเหตุใดบ้าง เราก็ควรจะหลีกเลี่ยงให้ดีนะคะ เพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงปลอดภัยนั่นเองค่ะ…..

/////////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก thaiza.com ]]


โรคที่มากับน้ำท่วมมีอะไรบ้างเอ่ย?

Posted on

โรคที่มากับน้ำท่วมมีอะไรบ้างเอ่ย?

 

>> โรคฉี่หนู
ฉี่หนูเป็นโรคระบาดในคนที่ติดต่อมาจากสัตว์ มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira sp.) ที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์ ตั้งแต่หนู วัว ควาย ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวเลยทีเดียว โดยคนจะสามารถรับเชื้อฉี่หนูนี้เข้าไปทางบาดแผล หรือผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ รวมถึงเยื่อเมือกอย่างตาและปากอีกด้วย

  • อาการของโรคฉี่หนู
    มี 2 แบบ คือแบบไม่รุนแรงจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา ปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้หากผู้ป่วยรู้ตัวและรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ กับอาการรุนแรงที่จะทำให้ตาอักเสบแดง น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ และเมื่อเชื้อเข้าไปอยู่ในสมองจะทำให้เกิดอาการเพ้อ ไม่รู้สึกตัว และยิ่งไปกว่านั้นหากติดเชื้อทั่วร่างกายจะทำให้เลือดออกในร่างกายจนเสียชีวิต
  • การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคฉี่หนู
    หลีกเลี่ยงการเดินอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง การเล่นน้ำ โดยเฉพาะในเด็กที่มักจะสนุกสนานไปกับการย่ำน้ำหรือเล่นน้ำในช่วงน้ำท่วม แต่หากจำเป็นต้องเดินผ่านบริเวณน้ำท่วมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ให้รีบเดิน อย่าแช่น้ำจนผิวหนังเปื่อยเพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และควรใส่รองเท้าบูททุกครั้งเมื่อเดินลุยน้ำ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดบาดแผลที่เท้า และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลที่เท้าหรือน่อง ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์ที่หนีน้ำกัดได้ ส่วนในผู้ที่เริ่มมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ให้รีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน อย่ารอให้อาการหนักเพราะอาจจะรักษาไม่หายและเสียชีวิตก็เป็นได้

>> อหิวาตกโรค
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio Cholerae ที่แพร่กระจายอยู่ในน้ำดื่มและอาหาร โดยมีแมลงวันเป็นพาหะนำโรค และแน่นอนว่าโรคนี้แพร่ระบาดได้โดยการกินและดื่มอาหารที่มีแมลงวันตอมและมีเชื้ออหิวาตกโรคปะปนอยู่ รวมทั้งอาหารสุข ๆ ดิบ ๆ ด้วย

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


โรคน้ำกัดเท้า

Posted on

โรคน้ำกัดเท้า

 

โรคน้ำกัดเท้า เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากผิวหนังบริเวณเท้าติดเชื้อรา สามารถพบบ่อยโรคหนึ่ง เกิดได้กับทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และในช่วงวัยรุ่น พบได้น้อยในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และเนื่องจากเป็นโรคพบบ่อยจากเท้าเปียกน้ำหรือจากการลุยน้ำ จึงเรียกว่า “โรคน้ำกัดเท้า”

>> อาการของโรคน้ำกัดเท้า
มักเกิดตามง่ามเท้า ซึ่งเกิดได้กับทุกง่ามเท้า แต่พบบ่อยกว่า ระหว่างง่ามเท้านิ้วที่ 3 และที่ 4 และที่ 4 และที่ 5 โดยอาการที่พบบ่อย คือ ผิวหนังส่วนเกิดโรคจะแห้งตกสะเก็ด แตกเป็นร่องแผลสด บวม เจ็บ และคัน บางครั้งอาจขึ้นเป็นตุ่มน้ำ และเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้ ซึ่งเพิ่มการอักเสบ บวม แดง ร้อน และอาจเกิดเป็นหนองได้ ซึ่งจะส่งผลให้โรครุนแรงขึ้น

>> การรักษาโรคน้ำกัดเท้า

  • ใช้ยารักษาเชื้อราเฉพาะที่บริเวณแผล อาจเป็นยาครีม เจล ขี้ผึ้ง หรือสเปรย์ ถ้าหากเป็นการทายาบรรเทาอาการคัน ควรต้องระวัง เพราะเมื่อมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ อาจทำให้โรคลุกลามได้ค่ะ
  • การรักษาความสะอาดแผล เท้า รองเท้า และถุงเท้า ซึ่งนอกจากความสะอาดแล้วยังต้อง แห้ง ไม่เปียกชื้นด้วยค่ะ

>> การป้องกันโรคน้ำกัดเท้า

  • หลีกเลี่ยงการย่ำน้ำ หรือรีบล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้งหลังย่ำน้ำ
  • รักษาความสะอาดเท้า ล้างให้สะอาดถูสบู่ โดยเฉพาะตามง่ามเท้าอย่างน้อยก่อนนอน
  • สวมรองเท้าแตะในการอาบน้ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ห้องน้ำหรือสระว่ายน้ำร่วมกันหลายคน
  • รักษาความสะอาดรองเท้าเสมอ และต้องดูแลให้แห้ง
  • รักษาความสะอาดถุงเท้า เมื่อเปียกต้องเปลี่ยนเสมอ
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น

>> การดูแลตนเอง

  • รักษาเท้าให้สะอาดและแห้ง
  • ช่วงยังมีแผลไม่ควรสวมรองเท้าปิด หรือใส่ถุงเท้า
  • ใส่ยาแผลอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ก่อนใสยาล้างเท้า ซอกนิ้วเท้า และแผลให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนโยน แล้วเช็ดให้แห้ง
  • ห้ามเกาเพราะเชื้ออาจติดมือ และก่อการติดเชื้อกับผิวหนังส่วนอื่นได้ ถึงแม้โอกาสเกิดจะน้อยก็ตาม

 

 

*****
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก haamor.com ]]