โรคไข้หวัดหมู (H1N1)

Posted on

โรคไข้หวัดหมู (H1N1)

 

เชื้อไวรัสของไข้หวัดหมูนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A ซึ่งเราสามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยงและหมูป่า ซึ่งในปัจจุบันเราจะสามารถพบได้บ่อยค่ะ รวมทั้งในประเทศไทย แต่จะเป็นเป็นสายพันธุ์ H1N1, H1N2 และ H3N2 แทน ซึ่งมีลักษณะของสายพันธุ์ที่ไม่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ และมีโอกาสที่ข้ามมายังมนุษย์ได้ยากมากค่ะ

>> การแพร่เชื้อของไข้หวัดหมู
เชื้อไข้หวัดหมูนี้จะมีการแพร่กระจายและติดต่อได้เช่นเดียวกันกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนค่ะ นั่นก็คือ เชื้อนั้นจะอยู่ในเสมหะ อยู่ในน้ำมูก หรือว่าน้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้โดยการไอหรือว่าจามรดกันในระยะที่ใกล้ชิดกัน หรือว่าเกิดจากการติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่นั่นเอง และเชื้อนั้นก็จะเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยทางจมูกและตา โดยการแคะจมูก หรือว่าการขยี้ตาค่ะ

>> อาการของคนเป็นไข้หวัดหมู
ผู้ป่วยมักจะมีอาการคล้าย ๆ กับไข้หวัดใหญ่ นั่นคือ การมีไข้สูงแล้วปวดเมื่อยตามร่างกาย การไอ หรือมีน้ำมูก และนอกจากนี้ในบุคคลที่ร่างกายอ่อนแอหรือว่าเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ถ้าหากว่าเกิดติดเชื้อก็จะทำให้มีอาการที่รุนแรงขึ้นได้กว่าคนปกติค่ะ เมื่อคุณเป็นหวัดหรือว่ามีไข้สูงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุดนะคะ

>> วิธีการป้องกัน

  • สวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนหรือว่าสถานที่แออัด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ เช่น ผัก และผลไม้
  • นอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่
  • งดดื่มเหล้า
  • ล้างมือบ่อย ๆ

>> สามารถกินหมูได้หรือไม่?
โรคไข้หวัดหมูนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นโรคที่ติดจากการรับประทานหมู แต่ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มีสารพันธุกรรมของหมูและคน มาผสมกันจนกลายมาเป็นสายพันธุ์ของเชื้อในตัวคน และติดต่อจากคนสู่คนไม่ใช่จากหมูมาสู่คน เราจึงสามารถรับประทานหมูได้ตามปกติค่ะ

…..การดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถช่วยให้คุณห่างไกลจากทุกโรคได้ค่ะ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ…..

///////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก sanook.com ]]


โรคไข้หวัดหมู [3]

Posted on

โรคไข้หวัดหมู [3]

 

>> การติดต่อของโรคไข้หวัดหมู  (ต่อ)
โรคไข้หวัดหมูมีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คือ อยู่ที่ร้อยละ 5-7 ในขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60 เลยล่ะค่ะ

>> อาการของโรคไข้หวัดหมู
เมื่อเชื้อไข้หวัดหมูเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฏอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่า และรวดเร็วกว่า นั่นคือมีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส และปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม มีอากาเบื่ออาหาร ในบางรายอาจท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาเจียน จากนั้นเชื้อก็จะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นผลให้ผู้ป่วยมีการทรงตัวผิดปกติ และเดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุราค่ะ

>> วิธีการรักษาโรคไข้หวัดหมู
โรคไข้หวัดหมูสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ นั่นก็คือ วัคซีนแอนตี้ไวรัส โอเซลทามิเวียร์ (ทามิฟลู) และซานามิเวียร์ (รีเลนซา) เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อไวรัสไม่ให้แตกตัว แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวัคซีนเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด เนื่องจากไข้หวัดหมูที่แพร่ระบาดเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้น จึงต้องมีการศึกษาพัฒนาวัคซีนตัวใหม่เพื่อใช้ในการรักษาให้มีประสิทธิผลมากขึ้นต่อไปค่ะ

>> การป้องกันโรคไข้หวัดหมู
เราสามารถรับประทานหมูได้นะคะ แต่ถ้าหากว่าไม่แน่ใจ ก็ให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกก่อนโดยการผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือนำไปต้มในน้ำเดือดก็จะสามารถทำลายเชื้อให้หมดไปได้ค่ะ แต่วิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุดก็คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด และอย่าลืมล้างมือบ่อย ๆ ด้วยนะคะ

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]


โรคไข้หวัดหมู [2]

Posted on

โรคไข้หวัดหมู [2]

>> วิวัฒนาการของโรคไข้หวัดหมู
ต่อมาใน ค.ศ. 1988 หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งได้เสียชีวิตในรัฐวิสคอนซิน และมีประวัติสัมผัสหมู จึงได้เกิดการสงสัยว่าไข้หวัดหมูอาจไม่ใช่พันธุ์หมูล้วน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1998 จึงได้มีการพิสูจน์พบว่าหมูที่เลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีไวรัสไข้หวัดหมูกลายพันธุ์ โดยมีพันธุกรรมผสมระหว่างหมู คน และนก เกิดสายพันธุ์ผสม H3N2, H1N2, และ H1N1 และสายพันธุ์ผสมนี้ยังพบได้ในเอเชียและแคนาดาอีกด้วยค่ะ

และต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2008 ได้พบไข้หวัดหมูผสมสายพันธุ์ใหม่ (H1N1) ที่ประเทศสเปน จากหญิงอายุ 50 ปี ที่ทำงานในฟาร์มหมู โดยมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คันคอ คันตา และหนาวสั่น แต่ว่าอาการเหล่านี้จะหายได้เองโดยที่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาใด ๆ จึงไม่มีการคาดการณ์ว่าไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่จะเป็นอันตรายมากนัก

จนกระทั่งล่าสุดได้เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมูในประเทศเม็กซิโก และได้มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าโรคนี้สามารถแพร่กันระหว่างคนสู่คน เนื่องจากเชื้อโรคได้วิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้วนั่นเองค่ะ    

>> การติดต่อของโรคไข้หวัดหมู
เชื้อไข้หวัดหมูนั้นได้มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป และเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามปกติแล้วคนจะไม่ติดเชื้อไข้หวัดหมู ยกเว้นผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับหมูก็อาจติดเชื้อไข้หวัดหมูมาได้ (แต่มักไม่ค่อยพบกรณีนี้) ทั้งยังไม่ค่อยพบกรณีไข้หวัดหมูระบาดจากคนสู่คนอีกด้วย แต่ในกรณีโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกนั้นเป็นที่ชัดเจนว่ามีการติดต่อจากคนสู่คน เพราะผู้ป่วยบางรายไม่เคยมีประวัติสัมผัสหมูแต่อย่างใดค่ะ

ทั้งนี้นั้นเชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก หรือน้ำลายของผู้ป่วย และยังสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด รวมทั้งการติดต่อกันทางลมหายใจด้วยค่ะ หากว่าอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อและสามารถติดต่อได้จากมือหรือว่าสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคนั้นจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา ไม่ว่าจะเป็นการแคะจมูก การขยี้ตา แต่ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมูค่ะ

//////////
[[ ขอบคุณบทความดีดีจาก kapook.com ]]